<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477</id><updated>2011-04-21T11:28:06.971-07:00</updated><category term='งานบริหารบุคคลที่ไม่มีวันตาย'/><title type='text'>การบริหารงานบุคคล</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>18</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-1699060914805736605</id><published>2007-05-26T22:06:00.001-07:00</published><updated>2007-05-26T22:06:49.440-07:00</updated><title type='text'>การดำเนินคดีในส่วนอาญา</title><content type='html'>การดำเนินคดีในส่วนอาญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความหมายของคดีอาญา  &lt;br /&gt;   คดีอาญา หมายถึง คดีที่เกี่ยวกับความผิดและมีโทษซึ่งกำหนดไว้ในประมวญกฎหมาย&lt;br /&gt;อาญาและ กฎหมายอื่นๆ เช่นพระราชบัญญัติต่างๆ ที่มีโทษทางอาญาเช่นความผิดตาม&lt;br /&gt;พระราชบัญญัติอาวุธปืน พระราชบัญญัติจราจรทางบกเป็นต้นซึ่งโทษทางอาญานั้นมีอยู่ &lt;br /&gt;5  ประการด้วยกันคือ ประหารชีวิต  จำคุก กักขังปรับ และริบทรัพย์สินและประเภทของ&lt;br /&gt;คดีอาญานั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือคดีอาญาแผ่นดินหรือคดีอาญา ที่ยอมความไม่ได้เช่น&lt;br /&gt;คดีฆ่าคนตายหรือคดีลักทรัพย์ และคดีอาญาอีกประเภทหนึ่ง คือคดีอาญาที่เกี่ยวกับ&lt;br /&gt;ความผิดต่อส่วนตัว หรือคดีอาญาที่สามารถยอมความกันได้ เช่นคดียักยอกทรัพย์ เป็นต้น&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีอาญา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีอาญาได้แก่ &lt;br /&gt;  (1.) ผู้ต้องหา หมายถึง บุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำผิดอาญาแต่ยังมิได้ ถูกฟ้องร้อง&lt;br /&gt;ต่อศาลและ จำเลย หมายถึงบุคคลที่ถูกฟ้องต่อศาลแล้ว โดยข้อหาว่าได้กระทำผิด &lt;br /&gt;  (2.) ผู้เสียหาย หมายถึง บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิด ฐานใดฐานหนึ่ง&lt;br /&gt;รวมทั้งบุคคลผู้มีอำนาจจัดการแทน เช่น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์หรือ ผู้แทนของ&lt;br /&gt;นิติบุคคล &lt;br /&gt;  (3.) พนักงานอัยการ หมายถึง เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ฟ้องจำเลยต่อศาล &lt;br /&gt;  (4.) พนักงานสอบสวน หมายถึงเจ้าพนักงานที่กฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ในการ&lt;br /&gt;สอบสวน เช่น เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อย ตำรวจตรีหรือเทียบเท่า&lt;br /&gt;นายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; ความหมายของผู้ต้องหาและจำเลย  &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;  ผู้ต้องหา คือ ผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดแต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล &lt;br /&gt;   จำเลย หมายถึง บุคคลซึ่งถูกฟ้องต่อศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้กระทำควา ผิด และในการ&lt;br /&gt;จับกุมเด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดพนักงาน สอบสวนต้องถามปากคำเด็ก&lt;br /&gt;หรือเยาวชนให้เสร็จภายในเวลา24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่เด็กหรือเยาวชนนั้นไปถึงสถานที่&lt;br /&gt;ทำการของพนักงานสอบสวน เมื่อถามปากคำแล้ว พนักงานสอบสวนต้องส่งเด็ก หรือ&lt;br /&gt;เยาวชน นั้นไป ควบคุมที่สถานพินิจฯ และพนักงานอัยการจะต้องยื่นฟ้องต่อศาลภายใน&lt;br /&gt;30 วัน นับแต่วันที่เด็กหรือเยาวชนถูกจับกุม ยกเว้นกรณี มีการขอผัดฟ้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;การผัดฟ้อง &lt;br /&gt;     &lt;br /&gt;    เมื่อมีการจับกุมเด็กหรือเยาวชน ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดครบ 30 วันแล้ว หากเกิด&lt;br /&gt;ความจำเป็นไม่สามารถฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลได้ เช่น การสอบสวนยังไม่เสร็จ&lt;br /&gt;หรือมีการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม พนักงาน สอบสวนหรือพนักงานอัยการแล้วแต่กรณี&lt;br /&gt;ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผัดฟ้องต่อไปได้ สำหรับเวลาในการผัดฟ้องนั้น คดีที่มีอัตรา&lt;br /&gt;โทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนด ไว้ให้จำคุกเกิน  6 เดือน แต่ไม่เกิน 5 ปี สามารถ&lt;br /&gt;ผัดฟ้องได้ 2 ครั้งครั้งละไม่เกิน 15 วันและคดีที่อัตราโทษอย่างสูงที่ อย่างสูงที่&lt;br /&gt;กฎหมายกำหนด ไว้ให้จำคุกเกิน 5 ปี ขอผัดฟ้องได้รวม 4 ครั้ง ครั้งละ ไม่เกิน 15 วัน&lt;br /&gt;และเด็กหรือเยาวชน ผู้ต้องหามีสิทธิตั้งที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อแถลงข้อคัดค้าน หรือซัก &lt;br /&gt;ถาม พยาน ในการพิจารณาคำร้องขอ ผัดฟ้องได้ &lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;การต่อสู้คดีของจำเลย  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้วหากจำเลยประสงค์จะต่อสู้คดีควรปฏิบัติดังนี้ คือ ยื่นคำร้อง&lt;br /&gt;ขอประกันตัวต่อศาล ยื่นคำให้การต่อศาล และหาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อต่อสู้คดี สำหรับ&lt;br /&gt;บุคคล ที่สามารถเป็นที่ปรึกษากฎหมายได้นั้น คือผู้ที่เป็นทนายความ ตามกฎหมายว่าด้วย&lt;br /&gt;ทนายความ   หรือได้รับปริญญาทางกฎหมาย    ไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่า&lt;br /&gt;และได้จดทะเบียนที่ปรึกษากฎหมายต่อศาลเยาวชนและครอบครัว แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;ที่ปรึกษากฎหมาย &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;    ในศาลเยาวชนและครอบครัว จำเลยในคดีอาญาจะมีทนายความแก้คดีแทนไม่ได้ แต่&lt;br /&gt;จำเลยจะมีที่ปรึกษากฎหมายซึ่งปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับทนายความได้ และหากจำเลย&lt;br /&gt;ไม่มีที่ปรึกษากฎหมายศาลจะแต่งตั้งที่ปรึกษาให้ เว้นแต่จำเลยไม่ต้องการ และศาลเห็นว่า&lt;br /&gt;ไม่จำเป็นแก่คดี กรณีที่ศาลแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายให้จำเลย ๆ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม&lt;br /&gt;และไม่ต้องเสียค่าตอบแทนหรือค่าป่วยการใดๆ ให้แก่ที่ปรึกษากฎหมายทั้งสิ้น เว้นแต่&lt;br /&gt;จำเลย ประสงค์จะหาที่ปรึกษากฎหมายเอง จำเลยต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;การให้การต่อศาล  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว ก่อนที่ศาลพิจารณาคดีต่อไปศาลจะอ่านและอธิบายฟ้อง&lt;br /&gt;ให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จำเลยจะให้การหรือไม่ให้การก็ได้&lt;br /&gt;หากจำเลยไม่ให้การถือว่าจำเลยปฏิเสธ จำเลยที่ประสงค์จะให้การ ควรปฏิบัติดังนี้คือ&lt;br /&gt;ถ้าจำเลยกระทำผิดจริงควรให้การรับสารภาพต่อศาล เพราะการรับสารภาพเป็นเหต ุ&lt;br /&gt;บรรเทาโทษอย่างหนึ่ง ซึ่งโดยปกติศาลจะปรานีลดโทษให้ อันเป็นผลดีแก่จำเลย ที่จะ&lt;br /&gt;ได้รับโทษในสถานเบาและถ้าจำเลยมิได้กระทำผิดหรือประสงค์จะต่อสู้คดี ควรให้การ&lt;br /&gt;ปฏิเสธความผิด ส่วนการให้การในรายละเอียดอย่างใดจึงจะเป็นผลดีแก่จำเลยควร&lt;br /&gt;ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งมีคดีบางประเภทกฎหมายยกเว้นโทษให้ บางกรณี&lt;br /&gt;กฎหมายถือว่าไม่เป็นความผิด บางกรณีกฎหมายถือว่าเป็นความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ&lt;br /&gt;หรือในบางกรณีกฎหมายให้อำนาจศาลที่จะลงโทษน้อยกว่าโทษที่บัญญัติไว้ ใน&lt;br /&gt;กฎหมาย ดังนั้นจำเลยจะให้การอย่างไรเพื่อให้ได้รับประโยชน์ ตามเงื่อนของกฎหมาย&lt;br /&gt;ควรจะปรึกษาที่ปรึกษากฎหมาย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-1699060914805736605?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/1699060914805736605/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=1699060914805736605' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/1699060914805736605'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/1699060914805736605'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_9100.html' title='การดำเนินคดีในส่วนอาญา'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-4131945306582874824</id><published>2007-05-26T21:53:00.001-07:00</published><updated>2007-05-26T21:53:06.172-07:00</updated><title type='text'>อายัดเงินเดือนอันตรายเตรียมตัวไว้</title><content type='html'>อายัดเงินเดือนอันตรายเตรียมตัวไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกหนี้ส่วนใหญ่จะทำงานมีเงินเดือนกันแทบทุกคน .. (นอกจากลูกหนี้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ-กิจการ)&lt;br /&gt;.. ลูกหนี้ส่วนใหญ่มักจะกลัวเจ้าหนี้มาอายัดเงินเดือนจนตัวเองไม่มีเงินเดือนเหลือใช้ความกลัวที่จะถูก &lt;br /&gt;   เจ้าหนี้อายัดเงินเดือนจึงเป็นจุดอ่อนของลูกหนี้ .. เจ้าหนี้ทนายของเจ้าหนี้ หรือพนักงานทวงหนี้รู้จุด&lt;br /&gt;   อ่อนนี้จึงพยายามข่มขู่ลูกหนี้ " ถ้าไม่ใช้หนี้ก็จะฟ้องอายัดเงินเดือนให้หมดเลย " หรือ บางครั้งทนาย&lt;br /&gt;   เจ้าหนี้ก็จะส่งหนังสือบอกกล่าวทวงหนี้มา " ถ้าไม่ใช้หนี้ตามที่กำหนด ฟ้องคดี ..ยึดทรัพย์สิน. อายัด&lt;br /&gt;   เงินเดือน ".. ลูกหนี้บางคนพอเจ้าหนี้หรือทนายเจ้าหนี้บอกมาแบบนี้ ก็จะกลัวจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ&lt;br /&gt;   (ขี้หด ตดหาย ) .. บางคนถึงกับคิดจะลาออกจากงานเพื่อหา งานทำใหม่ ( เรารู้สึกเห็นใจลูกหนี้ทุกคน&lt;br /&gt;   แต่ขอบอกเอาไว้เลยว่า อย่าคิดลาออกและหางานใหม่เลยเสียเวลาเปล่าๆ ) &lt;br /&gt;      อันที่จริงแล้วถ้าลูกหนี้รู้กฎหมายเกี่ยกับเรื่องอายัดเงินเดือนแล้ว รับรองได้ว่า ไม่ต้องเปลี่ยนงานไม่&lt;br /&gt;    ต้องกลัวคำขู่เจ้าหนี้ว่าจะอายัดเงินเดือนไม่ว่าลูกหนี้จะมีเจ้าหนี้ร้อยรายพันรายก็ตาม( โดยเฉพาะ&lt;br /&gt;    ลูกหนี้ บัตรเครดิต )&lt;br /&gt;มารู้กันว่าจะมีช่องทางของกฎหมายอย่างไร&lt;br /&gt;ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๖ บัญญัติไว้ว่า&lt;br /&gt;แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘&lt;br /&gt;.... ลูกหนี้ที่ทำงานมีเงินเดือนจะมีอยู่ ๒ ประเภทตามกฎหมาย คือ&lt;br /&gt; ๑ . ข้าราชการ &lt;br /&gt; ๒ . พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานบริษัททั่วๆไป&lt;br /&gt;.... ทั้ง ๒ ประเภทนี้ กฎหมายให้ทำการอายัดเงินเดือนได้ต่างกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ&lt;br /&gt;   แพ่งมาตรา ๒๘๖ บัญญัติไว้&lt;br /&gt;   ๑ . ข้าราชการ .. เจ้าหนี้ไม่สามารถอายัดเงินเดือนได้ .. ได้แต่ทรัพย์สินที่มีราคารวมกันไม่เกิน ๕๐,๐๐๐&lt;br /&gt;  บาทไม่ได้เลย เกินกว่านี้ยึดได้ และอายัดเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น( ดูคำพิพากษาฎีกาที่นี่ )&lt;br /&gt;   ๒ . พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานบริษัททั่วๆไป&lt;br /&gt;... ๒ . ๑ เจ้าหนี้อายัดเงินผู้มีเงินเดือนไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทไม่ได้เลย .. แต่ถ้ามีเงิน เดือนเกิน ๑๐,๐๐๐&lt;br /&gt;   บาทเจ้าหนี้อายัดได้( แต่ไม่ได้ทั้งหมด ) เกินกว่า ๑๐,๐๐๐ บาทอายัดได้&lt;br /&gt;... ๒ . ๒ เจ้าหนี้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ที่มีราคารวมกันไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้เลย เกินว่านี้ยึดได้ &lt;br /&gt;   และอายัดเงินในบัญชีธนาคารได้ ( ดูคำพิพากษาฎีกาที่นี่ )&lt;br /&gt;.... ทำไมกฎหมายจึงกำหนดไว้แต่ต่างกันทั้งๆ ก็เป็นลูกหนี้เหมือนกัน .. อันที่จริงเจ้าหนี้มักจะไม่รู้ &lt;br /&gt;   วิธียึดเงินเดือนของลูกหนี้ที่รับราชการ ถ้าเจ้าหนี้รู้วิธีที่จะยึดเงินเดือนข้าราชการรับรองได้ว่า ไม่ว่า&lt;br /&gt;  ลูกหนี้คนนั้นจะเป็นอธิบดีกรมใด หรือปลัดกระทรวงใด จะไม่เหลือเงิน เลยสักบาทเดียว หนักกว่าลูก&lt;br /&gt;  หนี้ทั่วๆ ไปอีก แถมอาจจะโดนข้อหาโกงเจ้าหนี้ด้วย ... ดังนั้น ข้าราชการที่ทนงตัวว่าไม่มีเจ้าหนี้&lt;br /&gt;  คนไหน จะมาอายัดเงินเดือนได้ ก็ขอให้ระวังตัวให้ดีๆ นะ .. (ถึงกับออกจากราชการเชียวนะถ้ารู้ว่า &lt;br /&gt;  มีเคยคำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับ เรื่องนี้มาแล้ว) .. ที่เตือนข้าราชการไว้แบบนี้ก็เพราะบางคนไม่รู้กฎหมาย&lt;br /&gt;  อย่างแท้จริงเพียงแต่รู้ตัวบทกฎหมาย หรือสอบถามจากเพื่อนๆ เท่านั้น .. ถ้าอยากจะรู้เจ้าหนี้จะมีวิธีใด&lt;br /&gt;  ที่จะยึดเงินเดือนข้าราชการได้ .. ท่านต้องไปดูในข้อมูลสมาชิก VIP รับรองได้ ท่านอาจน้ำตาตกถ้าเจอ&lt;br /&gt;  ทนายเจ้าหนี้ที่รู้วิธียึดเงินเดือนข้าราชการตามกฎหมาย ( เอาไว้เป็นสมาชิก VIP ถึงจะมีโอกาสดูตัวบท&lt;br /&gt;   กฎหมาย และคำพิพากษา ฎีกาที่เกี่ยวข้อง )&lt;br /&gt;..... ลูกหนี้ที่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานบริษัท .. ลูกหนี้ประเภทนี้เจ้าหนี้ชอบมากที่จะปล่อย&lt;br /&gt;   เงินให้กู้ หรือให้สินเชื่อเครดิต ( บัตรเครดิตต่างๆ ) เพราะกฏหมายบัญญัติไว้ให้อายัดเงินเดือนได้&lt;br /&gt;.. เรื่องนี้เจ้าหนี้ทุดคน ทนายเจ้าหนี้ก็รู้ดี ( เราจึงเห็นใจลูกหนี้ ประเภทนื้มาก ) ... เพราะลูกหนี้ประเภท&lt;br /&gt;   นี้มักจะมี เจ้าหนี้มากมาย และเจ้าหนี้ก็มักจะชอบขู่ลูกหนี้ประเภทที่ ๒ นี้เสมอๆ. เมื่อเจ้าหนี้ทุกรายมา&lt;br /&gt;   ทำการ อายัดเงินเดือนก็ยอมให้เขาอายัดเงินเดือนทั้งหมด ซึ่งถ้าลูกหนี้รู้กฎหมายและรู้วิธีการที่จะไม่&lt;br /&gt;   ให้เจ้าหนี้อายัดเงินเดือนทั้งหมดได้ ก็จะทำให้เจ้าหนี้นั่งน้ำตาตกบ้าง .. แล้วทำอย่างไรละที่จะรู้วิธีไม่&lt;br /&gt;   ให้เจ้าหนี้ทุกรายอายัดเงินเดือนทั้งหมดได้ .. ขอให้อ่าน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง&lt;br /&gt;   มาตรา ๒๘๖ บัญญัติไว้ ให้ดีๆ อ่านสัก ๑๐ รอบ แล้วจะรู้วิธี .. รับรองได้ว่าลูกหนี้ประเภท ที่ ๒ นี้ &lt;br /&gt;   จะมีเงินเดือนเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้เหมือนเดิม .. และเจ้าหนี้ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้อีก&lt;br /&gt;   นอกจากตามยึดทรัพย์สินส่วนตัว ในเรื่องการยึดทรัพย์สินส่วนตัวขอให้ลูกหนี้ไปดูในเรื่อง " เจ้าหนี้&lt;br /&gt;   ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ " ที่นี้ละลูกหนี้ก็ล้มบนกองฟูกกินก็อิ่ม .. นอนก็หลับสบายไม่ต้องลาออกจาก&lt;br /&gt;   งานหนีหนี้ไปหางานใหม่&lt;br /&gt;มาดูวิธีที่จะไม่ให้เจ้าหนี้อายึดเงินเดือนทั้งหมดไปใช้หนี้ตามคำพิพากษา&lt;br /&gt;.... เมื่อเจ้าหนี้ชนะคดีแล้วก็จะทำเรื่องขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อมาทำการอายึดเงินเดือน&lt;br /&gt;   ลูกหนี้ .. โดยที่เจ้าหนี้จะต้องแจ้งด้วยว่า ลูกหนี้มีเงินเดือนเท่าไร ทำงานอยู่ที่ไหน .. จากนั้นเจ้าพนัก&lt;br /&gt;  งานบังคับ คดีก็จะส่งหนังสือไปทำการอายัดเงินเดือนกับบริษัทที่ลูกหนี้ทำงาน โดยกำหนดจำนวน&lt;br /&gt;  เงินที่จะต้องหัก และนำส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดี .. โดยส่วนใหญ่แล้วก้จะให้หักเงินของลูกหนี้&lt;br /&gt;  ส่งมาให้ประมาณ ๔,๒๓๐ บาท .. แต่บางครั้ง เจ้าพนักงานอาจจะใช้อัตราเงินเดือนข้าราชการพล&lt;br /&gt;  เรือน คือ ๗,๔๘๐ ซึ่งก็ทำได้ตามกฎหมาย เพราะถือว่าอยู่ในอำนาจที่จะทำได้ ( แต่ถ้าเจ้าพนักงาน &lt;br /&gt;  บังคับคดีที่มีความเป็นธรรมจริงๆ จะหักให้แค่ ๔,๒๓๐ บาท ) &lt;br /&gt;... ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีให้หักเงิน ๗,๔๘๐ บาท หรือน้อยกว่านั้น ลูกหนี้ก็สามารถร้องขอให้ลด&lt;br /&gt;   ลงมาได้อีก โดยยื่นคำร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยให้เหตุผลตามความจำเป็น " ฐานะในทาง&lt;br /&gt;  ครอบครัว ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและจำนวนบุพการี และผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะ "&lt;br /&gt; . ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยอมตามที่ลูกหนี้ร้องขอ ( แถมพูดขู่มาด้วย ) .. ลูกหนี้ก็ไม่ต้องกลัวหรือ&lt;br /&gt;  กังวนใจแต่อย่างใด เพราะกฎหมายยังบอกอีกว่า มาตรา ๒๘๖ วรรคสาม " ในกรณีที่เจ้าพนักงาน&lt;br /&gt;  บังคับคดีมีอำนาจ ออกคำสั่งอายัดตามมาตรา 311 วรรคสอง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจ&lt;br /&gt;   กำหนดจำนวนเงิน ตาม (1) (3) และ (4) และให้นำ ความ ในวรรคสองมาใช้บังคับแก่การกำหนด&lt;br /&gt;   จำนวนเงินตาม (1) และ (3) โดยอนุโลม ... แต่ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา &lt;br /&gt;   หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีไม่เห็นด้วย กับจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานบังคับ&lt;br /&gt;   คดีกำหนด บุคคลดังกล่าว อาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการกำหนด&lt;br /&gt;   จำนวนเงิน เช่นว่านั้น เพื่อขอให้ศาลกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้ "( นี้ละครับที่ผมบอกว่า " กฎหมาย&lt;br /&gt;   ยังให้ความเป็นธรรม ถ้าเรารู้เราก็ได้เปรียบเจ้าหนี้ ส่วนเจ้าหนี้จะนั่งน้ำตาตกได้อย่างไรอ่านจบแล้ว&lt;br /&gt;   จะรู้ครับ )&lt;br /&gt;.... เมื่อรู้ว่ามาตรากฎหมายบัญญัติไว้ให้เจ้าหนี้สามารถอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ได้  แต่ไม่ใช้ว่าเจ้าหนี้&lt;br /&gt;   จะอายัด เงินเดือนได้ทั้งหมดเพราะกฎหมายบัญญัติในวรรคสอง " ในการกำหนดจำนวนเงินตาม (1)&lt;br /&gt;   และ (3) ให้ศาลกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือน ขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นทั้ง&lt;br /&gt;   นี้โดยคำนึง ถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและจำนวนบุพการี และผู้สืบสันดาน&lt;br /&gt;   ซึ่งอยู่ในความอุปการะของ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย " .. หมายความว่า เจ้าหนี้สามารถอายัดเงิน&lt;br /&gt;   เดือนได้ แต่ให้ศาล กำหนดไม่น้อยกว่าอักตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือน และฐานะทาง&lt;br /&gt;   ครอบครัวด้วย ... เงินเดือนขั้นต่ำของข้าราชการ  ณ ปัจจุบัน คือ ( ดูบัญชีเงินเดือนข้าราชการขั้นต่ำที่&lt;br /&gt;   ๔,๒๓๐ บาท) และฐานะทางครอบครัวที่ต้องใช้จ่ายเลี้ยงดู ๑๐,๐๐๐ บาท ศาลก็ต้องเอามาพิจารณา&lt;br /&gt;... ตัวอย่าง&lt;br /&gt;     เป็นหนี้ตามคำพิพากษา ๕๐,๐๐๐ พร้อมดอกหลังคำพิพากษาอีกร้อยละ ๑๐ ต่อปี  มีเงินเดือน&lt;br /&gt;   ๑๒,๐๐๐ บาท ต้องมีภาระทางครอบครัว ลูก ส่งให้พ่อแม่ ค่าใช้จ่ายภายในบ้านเดือนละ ๑๐,๐๐๐&lt;br /&gt;   บาท    เมื่อถูกอายัดเงินเดือนก็จะต้องถูกหักเงินใช้หนี้ตาม คำพิพากษาเดือนละ ๔,๒๓๐ บาท   แต่&lt;br /&gt;   เนื่องจาก ลูกหนี้มีภาระทางครอบครัวต้องใช้จ่ายเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท มีเงินให้หักเพียง ๒,๐๐๐&lt;br /&gt;   บาท..... ซึ่งศาลอาจจะพิจารณาให้หักเพียง ๒,๐๐๐ บาทก็ได้ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า " ทั้งนี้&lt;br /&gt;   คำนึงถึงฐานะในทาง ครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและจำนวนบุพการี โดยและผู้สืบสันดาน &lt;br /&gt;   ซึ่งอยู่ในความอุปการะของ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย " ซึ่งศาลจะเป็นผู้ใชดุลพินิจพิจารณาเองตาม&lt;br /&gt;   ข้อเท็จจริง.. แต่ข้อสำคัญลูกหนี้ต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลด้วยว่า ตัวลูกหนี้เองมีเหตุจำเป็นทางครอบ &lt;br /&gt;   ครัวอย่างไรตามที่กฎหมายกำหนดด้วย&lt;br /&gt;.... จากตัวอย่างทำให้เห็นว่ากฎหมายยังให้ความยุติธรรม และศาลยังมีความปราณีกับลูกหนี้เสมอ &lt;br /&gt;เจ้าหนี้รายอื่นๆ จะอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ซ้ำอีกไม่ได้&lt;br /&gt;    ผมบอกแล้วว่า " กฎหมายยังให้ความยุติธรรมกับลูกหนี้เสมอ "   แม้ลูกหนี้จะมีเจ้าหนี้ร้อยราย&lt;br /&gt;.. เมื่อเจ้าหนี้รายใดอายัดเงินเดือนไว้ก่อนแล้ว เจ้าหนี้รายหลังๆ จะมาอายัดเงินเดือนซ้ำอีกไม่ได้เด็ด&lt;br /&gt;   ขาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๐ ซึ่งเจ้าหนี้ หรือทนายของเจ้าหนี้ &lt;br /&gt;   จะทำการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ซ้ำอีกไม่ได้ .. เจ้าหนี้ได้แต่ขอเฉลี่ยเอาจากเจ้าหนี้รายแรก โดย&lt;br /&gt;   ยื่นคำร้องขอเข้ามาภายใน ๑๔ วัน หรือจะอายัดได้ต่อเมื่อเจ้าหนี้รายแรกถอนการอายัด เงินเดือน&lt;br /&gt;   ของลูกหนี้ไปแล้วเท่านั้น &lt;br /&gt;เมื่อเจ้าหนี้อายัดเงินเดือนลูกหนี้ไม่ได้แล้ว เจ้าหนี้จะทำอย่างไร &lt;br /&gt;.... เมื่อเจ้าหนี้อายัดเงินเดือนลูกหนี้ไม่ได้ เจ้าหนี้ก็จะหันไปใช้วิธียึดทรัพย์อื่น ของลูกหนี้ต่อไป &lt;br /&gt;   ( ขอให้ไปดูเรื่องเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ลูกหนี้ไม่ได้นะครับ )&lt;br /&gt;ทำอย่างไรจะไม่ใช้หนี้เจ้าหนี้รายอื่นๆ&lt;br /&gt;.... เมื่อลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินอื่นๆ แล้วนอกจากเงินเดือน .. เจ้าหนี้รายอื่นๆ ก็ต้องรอคิวอายัดเงินเดือน&lt;br /&gt;   ต่อจากเจ้าหนี้รายที่อายัดก่อนหน้าตามกฎหมาย ... และอายุความเรื่องการบังคับคดียึดหรืออายัด&lt;br /&gt;   ทรัพย์สินของ ลูกหนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับยึด&lt;br /&gt;   ทรัพย์สินของลูกหนี้ภายในเวลา ๑๐ ปี นับแต่วันสิ้นคำบังคับ หรือวันที่ลูกหนี้ไม่ใช้หนี้ตาม&lt;br /&gt;   คำพิพากษา &lt;br /&gt;.... ดังนั้นถ้า ลูกหนี้มีเจ้าหนี้ ๒๐ ราย ๆ ละ ๕๐,๐๐๐ บาท รวมหนี้ทั้งหมด ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท &lt;br /&gt;    ต้องแบ่งชำระเป็นให้เจ้าหนี้เป็นรายๆ ดังนี้ ... ตัวอย่าง &lt;br /&gt;.. ตามตัวอย่างแรก เจ้าหนี้รายแรกอายัดเงินเดือนและศาลให้หักเงินเดือนชำระหนี้เดือนละ ๒,๐๐๐&lt;br /&gt;    บาท ต้องหักทั้งหมด ๒๕ เดือน จึงระครบ ๕๐,๐๐๐ บาท&lt;br /&gt;    . เจ้าหนี้รายที่ ๒ ก็มาอายัด เงินเดือนต่อและศาลก็ให้ใช้หัก ใช้หนี้อีกเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ต้อง&lt;br /&gt;  หักทั้งหมด อีก ๒๕ เดือน จึงจะครบหนี้ ... เมื่อรวมกับเจ้าหนี้รายแรกเป็น ๕๐ เดือน&lt;br /&gt;.... เจ้าหนี้รายที่ ๓ ก็มาอายัดเงินเดือนอีก และก็หักแบบเดียวกับเจ้าหนี้รายที่ ๒ ก็ต้องใช้เวลาอีก ๒๕&lt;br /&gt;   เดือน จึงจะครบหนี้ .. เมื่อรวมกับ เจ้าหนี้รายที่ ๒ เป็น ๗๕ เดือน&lt;br /&gt;.... เจ้าหนี้รายที่ ๔ ก็เช่นเดียวกันกับเจ้ารายที่ ๓ ต้อหักอีก ๒๕ เดือน ... เมื่อรวมกับเจ้าหนี้รายที่ ๓ &lt;br /&gt;   เป็น ๑๐๐ เดือน&lt;br /&gt;..... เจ้ารายที่ ๕ ก็เช่นเดียวกับเจ้าหนี้รายที่ ๔ .. แต่ เจ้าหนี้รายที่ ๕ สามารถหักได้แค่ ๒๐ เดือนเท่า&lt;br /&gt;   นั้น เหลืออีก ๕ เดือนเจ้าหนี้ไม่สามรถ ที่จะหักเงินเดือนของลูกหนี้อีกต่อไปได้ เพราะ กฎหมายกำหนด &lt;br /&gt;  เอาไว้แล้วว่าจะบังคับลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้แค่ ๑๐ ปีเท่านั้น.เมื่อรวมกับเจ้าหนี้รายที่ ๔ เป็น ๑๒๕&lt;br /&gt;  เดือน เกิน มา ๕ เดือน จึงหักในส่วนที่เกินไม่ได้ ( แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับวันที่ศาลพิพากษา และส่งคำ&lt;br /&gt;  บังคับเป็นหลักด้วย ) &lt;br /&gt;..... เมื่อเจ้าหนี้รายที่ ๕ ไม่สามารถหักเงินเดือนได้ครบเพราะอายุความของกฎหมายมาตรา ๑๙๓/๓๒ &lt;br /&gt;  แล้ว เจ้าหนี้รายอื่นๆ ก็ไม่สามารถที่จะอายัดเงินเดือนได้อีกต่อไปเพราะหมดอายุความ ๑๐ ปีแล้ว &lt;br /&gt;..... ดังนั้นเท่ากับลูกหนี้ใช้หนี้ให้เจ้าไปทั้งหมด ๔ รายกว่าๆ เป็นเงินรามทั้งสิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท &lt;br /&gt;  ส่วนที่เหลือหนี้อีก ๗๖๐,๐๐๐ บาท ลูกหนี้ไม่ต้องใช้ให้เจ้าหนี้อีกต่อไปแล้ว โดยผลของกฎหมาย&lt;br /&gt;.... ตามตัวอย่างนี้ ... ลูกหนี้ก็ไม่ต้องใช้หนี้เจ้าหนี้ที่ฟ้องคดีอีกต่อไปแล้ว .. โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกหนี้ &lt;br /&gt;  ที่เป็นหนี้บัตรเครดิต ต้องดีใจ กินอิ่มนอนหลับ ไม่ต้องพะวงว่าจะถูกฟ้องถูกยึดเงินจนหมดตัว ถึงขั้น &lt;br /&gt;  ต้องเตรียมตัวหนี้หรือลาออกจากงานอีกต่อไปแล้ว ... เงินเดือนก็มีเหลือใช้ แต่มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;  คือ ลูกหนี้ต้องติดแบลคลิส ( ถูกขึ้นบัญชีดำ ) .. แต่ลูกหนี้คงไม่สนใจเรื่องบัญชีดำแน่นอน .. ได้เงิน&lt;br /&gt;  มาใช้ฟรีๆ ตั้งหลายแสน ... ลูกหนี้บางคนได้มาเป็นล้านก็มี ... และอย่างนี้ไม่เรียกว่า " เอากฎหมาย&lt;br /&gt;  ตบหน้าเจ้าหนี้ แล้วจะเรียกว่าอะไรครับ " .. นี้เป็นเพียงการล้มบนกองฟูกตามกฎหมายอีกวิธีหนึ่ง&lt;br /&gt;  เท่านั้น .. ยังมีวิธีล้มบนกองฟูกอีกมากมาย โดยเฉพาะลูกหนี้ที่ทำธุรกิจใหญ่โต กู้เงินธนาคารหลาย&lt;br /&gt;  สิบหลายร้อยล้าน .. ก็ยังไม่ต้องใช้หนี้ได้เช่นกัน ( แต่ไม่ใช่วิธีนี้เท่านั้นนะครับ ) &lt;br /&gt;.... ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า " ไม่มีนักกฎหมายท่านไหน ที่จะบอกเล่าวิธีการแบบนี้ให้กับลูกหนี้ หรือ&lt;br /&gt;   ท่านสมาชิกทางเว็บอีกแล้ว ถึงจะมี ก็คงน้อยมาก หรืออาจจะลอกเรียนแบบเว็บของผมได้ก็เป็นไป&lt;br /&gt;  ได้เรื่องนี้ไม่ว่ากัน ขอให้ลูกหนี้ได้รับประโยชน์สูงสุดผมก็ดีใจแล้ว..จะได้ ลูกหนี้ทุกคน ไม่ให้ถูก &lt;br /&gt;   เจ้าหนี้เอารัดเอาเปรียบทางกฎหมายอีกต่อไป สังคมจะได้เจริญขึ้น " &lt;br /&gt;.... แต่ถ้า ลอกเอาไปแล้วและไปเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ อีก ผมคงต้องฟ้องเรียกค่าเสีย&lt;br /&gt;  หายตามพระราชบัญญัติสิขสิทธิสัก ๑๐ ล้านคงจะดี&lt;br /&gt;ลูกหนี้รู้แล้วก็อย่าเที่ยวเอาไปใช้ในทางที่ผิดๆ ละครับ &lt;br /&gt;....ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางหลักของลูกหนี้ที่จะไม่ต้องใช้หนี้เท่านั้น ในรายละเอียดเกี่ยวกับการ&lt;br /&gt;  ทำคำร้องต่างๆ หรือการตกลงใดๆ ในศาล ควรปรึกษาทนายหรือนักกฎหมายจะดีกว่า เพราะยัง &lt;br /&gt;  มีรายละเอียดและวิธีที่เกี่ยวข้องอีกพอสมควร ... ที่บอกเล่ามาแต่แรกนี้ก็เพื่อ ให้ลูกหนี้รู้ช่องทาง&lt;br /&gt;  ของกฎหมาย จะได้มีอาวุธทางกฎหมายไว้ป้องกันตัว " รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง "&lt;br /&gt;... ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-4131945306582874824?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/4131945306582874824/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=4131945306582874824' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/4131945306582874824'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/4131945306582874824'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_9330.html' title='อายัดเงินเดือนอันตรายเตรียมตัวไว้'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-3378800628255751471</id><published>2007-05-26T21:46:00.001-07:00</published><updated>2007-05-26T21:46:08.681-07:00</updated><title type='text'>ประนีประนอมยอมความหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว</title><content type='html'>ประนีประนอมยอมความหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว&lt;br /&gt;...........เมื่อศาลพิพากษาแล้ว ... จะเข้าสู่ชั้นบังคับคดี คู่กรณีที่แพ้คดีก็อาจประนีประนอมยอมความกันได้อีก &lt;br /&gt;โดยอาศัยหลักกฎหมายแพ่งเรื่องประนีประนอมยอมความ และการแปลงหนี้ &lt;br /&gt;.... ... ถ้าตกลงกันได้ฝ่ายที่ชนะคดี อาจของดการบังคับคดีไว้ก่อนได้ ตามปวิพ. ๒๙๒ ( ๓ ) หรือสล ะสิทธิการ&lt;br /&gt;บังคับคดี ตามปวิพ ๒๙๕ ( ๒ ) &lt;br /&gt;........ ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ต้องบังคับคดีกันต่อไป&lt;br /&gt;.... ... ในชั้นนี้ฝ่ายแพ้คดีจะเสียเปรียบมาก .. เพราะเจ้าหนี้หรือทนายของเจ้าจะทำตัวยิ่งใหญ่มาก ( มีคำ &lt;br /&gt;พิพากษาอยู่ในมือ ) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........แต่ถ้าฝ่ายแพ้คดีหลบเจ้าหนี้เก่ง ...เจ้าหนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ .... ข้อนี้ควรระวังของฝ่ายแพ้คดีคือ ถ้าหลบ&lt;br /&gt;เจ้าหนี้ไม่ดี อาจติดคุก ฐานโกงเจ้าหนี้ได้ ป อ. ๓๔๙ - ๓๕๑....แต่ถ้าฝ่ายแพ้คดีหลบแบบถูกกฎหมาย ก็รอดตัวไป &lt;br /&gt;เรียกว่า " ล้มบนกองฟูก " ..... เจ้าหนี้ยึดทรัพย์สินอะไรไม่ได้เลย ...ถึงแม้จะมีคำพิพากษาก็ตาม . ลูกหนี้ &lt;br /&gt;สามารถที่จะเดินไปเยาะเย้ยฝ่ายชนะคดีได้ .... ถ้าหลบได้ถึง ๑๐ ปีหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว เจ้าหนี้&lt;br /&gt;จะมายึดทรัพย์ฝ่ายแพ้อีกไม่ได้เลย ตามปวิพ มาตรา ๒๗๑ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.........แต่ก่อนจะหมดอายุความ ๑๐ ปี .. ฝ่ายชนะคดีจะมีกลเม็ดต่างๆ มาหลอกฝ่ายแพ้ให้ทำประนีประนอม &lt;br /&gt;หรือแปลงหนี้ ถ้าฝ่ายแพ้หลงกลยอมแปลงหนี้ หรือประนีประนอมโดยมีหลักประกันใหม่ ... ฝ่ายชนะคดีก็&lt;br /&gt;จะฟ้องคดีได้ใหม่อีก โปรดระวังกันไว้ให้ดี&lt;br /&gt;......... หลักการประนีประนอมยอมความนี้ ..สามารถนำไปใช้ได้กับทุกหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าหนี้&lt;br /&gt;หรือฝ่ายลูกหนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูมาตรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา 292 เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องงดการบังคับคดีไว้ในกรณี ต่อไปนี้&lt;br /&gt;    (1) ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งใดได้กระทำไปโดยขาดนัด  และได้มีการขอให้บังคับคดี&lt;br /&gt;ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น   หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่&lt;br /&gt;เมื่อศาลได้ส่งคำสั่งให้งดการบังคับคดีไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ใน&lt;br /&gt;มาตรา  209 แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา   ในอันที่จะขอต่อศาลให้มีคำสั่ง&lt;br /&gt;กำหนดวิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองอย่างใด ๆ ตามที่เห็นสมควร&lt;br /&gt;    (2) ถ้าศาลได้มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้  เมื่อศาลได้ส่งคำสั่งนั้นไปให้เจ้าพนักงาน&lt;br /&gt;บังคับคดีทราบ ในกรณีเช่นนี้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีไว้ภายในระยะ&lt;br /&gt;เวลาหรือเงื่อนไขตามที่ศาลจะได้กำหนดไว้&lt;br /&gt;    (3) ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานบังคับว่าตนตกลง&lt;br /&gt;งดการบังคับคดีไว้ชั่วระยะที่กำหนดไว้หรือภายในเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;    (4) เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามข้อความแห่งมาตรา 54&lt;br /&gt;    ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งคำบอกกล่าวงดการบังคับคดีนั้น ให้แก่เจ้าหนี้ตาม&lt;br /&gt;คำพิพากษาและบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสีย  เว้นแต่จะได้งดการบังคับคดีตามคำขอ&lt;br /&gt;ของบุคคลเหล่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา 295 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณี ต่อไปนี้&lt;br /&gt;    (1) เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีนั้นเอง  หรือถอนโดยคำสั่งศาล&lt;br /&gt;แล้วแต่กรณี   เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับ&lt;br /&gt;คดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดี  หรือ&lt;br /&gt;ค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีหรือได้หาประกันมาจนเป็นที่พอใจของศาล สำหรับ&lt;br /&gt;จำนวนเงินเช่นว่านี้&lt;br /&gt;    (2) ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้แจ้งไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี  เป็นหนังสือว่า&lt;br /&gt;ตนสละสิทธิในการบังคับคดีนั้น&lt;br /&gt;    (3) ถ้าคำพิพากษาในระหว่างบังคับคดีได้ถูกกลับในชั้นที่สุด  หรือหมายบังคับคดี&lt;br /&gt;ได้ถูกยกเลิกเสีย  เมื่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีได้ส่งคำสั่งให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี&lt;br /&gt;แต่ถ้าคำพิพากษาในระหว่างบังคับคดีนั้น ได้ถูกกลับแต่เพียงบางส่วน การบังคับคดี&lt;br /&gt;อาจดำเนินต่อไปจนกว่าเงินที่รวบรวมได้นั้นจะพอชำระแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประมวลกฎหมายอาญา&lt;br /&gt;                                             หมวด 4&lt;br /&gt;                               ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    มาตรา 349  ผู้ใดเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์&lt;br /&gt;ซึ่งทรัพย์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น   ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนำ  ต้อง&lt;br /&gt;ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    มาตรา 350   ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่&lt;br /&gt;บางส่วน  ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้นหรือ&lt;br /&gt;โอนไปให้ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี&lt;br /&gt;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี  หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    มาตรา 351 ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-3378800628255751471?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/3378800628255751471/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=3378800628255751471' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/3378800628255751471'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/3378800628255751471'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_26.html' title='ประนีประนอมยอมความหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-2289492805265825029</id><published>2007-05-19T06:16:00.001-07:00</published><updated>2007-05-19T06:16:49.468-07:00</updated><title type='text'>5 ข้อควรจดจำ ช่วยทำให้ตั้งตัว คุณก็ทำได้</title><content type='html'>5 ข้อควรจดจำ ช่วยทำให้ตั้งตัว คุณก็ทำได้&lt;br /&gt;1. วางแผนให้ดี ทำบัญชีเป็นนิจ&lt;br /&gt;ก่อนจะใช้จ่ายแต่ละเดือน ควรมีการวางแผนไว้ให้ดี เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายต่างๆ จะได้รู้ว่า เงินหมดไปกับอะไรบ้าง พร้อมทั้งฝึกจดจำและทำบัญชีให้เป็นนิสัย เพราะจะช่วยให้เราตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้ &lt;br /&gt;2. ต้องมีวินัย จิตใจเด็ดเดี่ยว&lt;br /&gt;เมื่อคิดจะตั้งตัวก็ควรตั้งใจให้มั่น เช่น กำหนดไปเลยว่าจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อเป็นเงินออมทุกเดือน ก็ควรทำให้ได้ทุกเดือน และต้องมีใจเด็ดเดี่ยวไม่เผลอไผลไปกับสิ่งฟุ่มเฟือย เมื่อทำได้ก็จะภาคภูมิใจ กับเงินออมของตนที่ค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้นทีละน้อย &lt;br /&gt;3.แม้เงินนิดเดียวก็ออมได้&lt;br /&gt;อย่าท้อใจว่ามีเงินน้อย เพราะหากคุณมีเงินเพียงหนึ่งบาท ก็สามารถออมได้ ถ้าตั้งใจจริงและรู้จักใช้ รู้จักเก็บ ไม่นานเงินเพียงหนึ่งบาทก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อยหลักพันในที่สุด &lt;br /&gt;4.ค่อยเป็นค่อยไปอย่าใจร้อน&lt;br /&gt;การออมเงินก็เหมือนการปลูกต้นไม้ จะให้โตภายในข้ามคืนคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ต้นกล้าที่เราเฝ้าเอาใจใส่ก็จะค่อย ๆ เติบโตจนออกดอกออกผลให้เราเก็บกินได้อย่างภาคภูมิใจ &lt;br /&gt;5. ยิ่งออมก่อน ยิ่งได้เปรียบ&lt;br /&gt;การออมเงินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยระยะเวลา ดังนั้นเมื่อใครเริ่มออมได้ไว ยิ่งนานเท่าไร เงินออมที่เก็บไว้ ยิ่งทวีค่าขึ้นตามระยะเวลา ดังนั้นเราควรเริ่มฝึกนิสัยให้รักการออมเสียตั้งแต่วันนี้ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ยิ่งออมไวยิ่งได้เปรียบ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-2289492805265825029?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/2289492805265825029/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=2289492805265825029' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/2289492805265825029'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/2289492805265825029'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/5.html' title='5 ข้อควรจดจำ ช่วยทำให้ตั้งตัว คุณก็ทำได้'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-2576483325453854697</id><published>2007-05-19T06:03:00.002-07:00</published><updated>2007-05-19T06:03:21.758-07:00</updated><title type='text'>ขั้นตอนของการสรรหาบุคลากร ที่ดีสำหรับนักบริหาร</title><content type='html'>ขั้นตอนของการสรรหาบุคลากรที่ดีสำหรับนักบริหาร&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1. วางแผนความต้องการด้านกำลังคน (Manpower Planning) &lt;br /&gt;      การดำเนินงานทางธุรกิจไม่เพียงแค่หวังผลสำเร็จในระยะสั้นเท่านั้น แต่ต้อง คำนึงถึงความอยู่รอดของธุรกิจในอนาคต การใช้ทรัพยากรด้านคน ซึ่งเป็นหัวใจของการดำเนินงานจึงต้องมีการกำหนดสำหรับอนาคตด้วย การวางแผนระยะยาวสำหรับความต้องการทางด้านกำลังคนของแต่ละองค์กรจึงเป็นสิ่ง ที่จำเป็น และเพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการสรรหาคนให้ทันและพอแก่ความต้องการ จะได้ไม่เกิดการขลุกขลักขึ้นเมื่อมีตำแหน่งว่างลง เช่น พนักงานลาป่วย ลาออก เกษียณอายุ หรือเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตามองค์กรก็จำต้องมีแผน กำลังคนที่ไม่เฉพาะเพียงแต่ในด้านที่เพิ่มเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงในด้านลดด้วย สำหรับการกำหนดกำลังคนทดแทนนั้นปกติมักจะคำนวนเป็นร้อยละของกำลังคนทั้งหมดขององค์กรในแต่ละปี ดังนั้นกำลังคนทดแทนและที่เพิ่มขึ้น จะเป็นเท่าใดจึงขึ้นอยู่กับความแปรเปลี่ยนมากหรือน้อยของปัจจัยต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2. การคาดคะเนถึงจำนวนคนที่ต้องการ (Estimating quantity and type of employees needed)&lt;br /&gt;       การคาดคะเนถึงจำนวนและประเภทของคนที่องค์กรต้องการ เป็นความจำเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ควรกระทำก่อนการสรรหาบุคคล เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่า แผนกใดในองค์กร ต้องการ พนักงานจำนวนเท่าใด ในตำแหน่งอะไร ต้องการคนที่มีคุณสมบัติอะไรบ้าง โดยพิจารณาดูจากคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) และคุณสมบัติของบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง (Job Specification) &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;3. ดำเนินการสรรหา (Recruitment)&lt;br /&gt;      ด้วยการพิจารณาถึง แหล่งการจ้างงาน , วิธีการติดต่อสื่อสาร และ การดำเนินการรับสมัคร ซึ่งจะกล่าวโดยละเอียดดังนี้ &lt;br /&gt;    3.1 แหล่งของการจ้างงาน (Sources of Employees) โดยทั่วไปแล้ว แหล่งของการจ้างงาน จะแบ่งออกเป็นสองแหล่งคือ ภายในองค์กร (internal) และ ภายนอกองค์กร (external)&lt;br /&gt;    3.2 วิธีการติดต่อสื่อสาร (Communication Methods) การสื่อสารข้อความใด ๆ ก็ตามที่จะก่อให้เกิดความสนใจแก่บุคคล ตามที่เราต้องการนั้น จำต้องมีเทคนิคบางประการ ดังนั้นการติดต่อสื่อสาร เพื่อการสรรหาบุคคลได้ผล ต้องคำนึงถึงด้านต่าง ๆ ดังนี้&lt;br /&gt;การที่จะสื่อสารไปยังแหล่งใดนั้น ต้องดูว่าองค์กรต้องการพนักงานประเภทใด เพื่อให้การติดต่อสื่อสารนั้นประสบผลสำเร็จอย่างแท้ จริง เช่น ถ้าต้องการจ้างสตรีที่มีความชำนาญด้านเลขานุการ ก็ควรจะโฆษณาในวรสารสตรีสาร มากกว่าวารสารมวย เป็นต้น &lt;br /&gt;    การประกาศรับสมัครงาน ปกติควรกำหนดระยะเวลาให้นานพอสมควร เพื่อให้บุคคลต่าง ๆ มี โอกาสทราบทั่วกัน และมีเวลาพอแก่การพิจารณาตัดสินใจว่า จะสมัครเข้าทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ หรือไม่ &lt;br /&gt;คำที่ใช้ในประกาศโฆษณา ควรเป็นที่ดึงดูดให้ผู้อ่าน หรือผู้ฟังสนใจโดยพยายามเน้นถึงผลประโยชน์ โอกาสก้าว หน้าหรือสวัสดิการอื่น ๆ ที่พึงจะได้รับเมื่อเข้ามาทำงานกับองค์กรแห่งนี้ บางครั้งองค์กรอาจเชิญชวนให้ผู้สนใจ ได้ไปชมกิจการของตนเสียก่อน เพื่อให้เกิดความสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้คนมาสมัครงานกับองค์กร มากขึ้น &lt;br /&gt;    ประชาสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ที่สนใจ โดยช่วยตอบปัญหา ข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการสมัคร &lt;br /&gt;จัดทำเอกสารเกี่ยวกับกิจการขององค์กร สำหรับแจกแก่ผู้มาเยี่ยมชมกิจการหรือผู้ที่สนใจ &lt;br /&gt;ส่งตัวแทนของ องค์กร ไปติดต่อ ให้คำแนะนำแก่นักศึกษา ตามสถาบันการศึกษา ที่สำเร็จการศึกษาในปีนั้น เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงความต้องการขององค์กร ซึ่งเป็นการเสนอตลาดแรงงานแก่นักศึกษา&lt;br /&gt;    3.3 การดำเนินการ รับสมัคร กระบวนการสรรหาบุคคลขั้นต่อไปคือ การรับสมัคร ในขั้นนี้มีเทคนิคบางอย่าง ที่จะช่วยให้ทางองค์กรได้รับข้อเท็จจริงได้มากที่สุด การได้ข้อเท็จจริงมากเท่าใด ก็จะทำให้องค์กรสามารถคัดเลือกคนได้ดีเท่า นั้น การรับสมัครจึงต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;แบบฟอร์ม เป็นส่วนสำคัญที่จะได้ข่าวสารและข้อเท็จจริงจากผู้สมัคร ดังนั้น การออกแบบฟอร์ม จึงต้องให้กะทัดรัด ข้อความชัดเจนไม่คลุมเครือ และมีช่องให้กรอกรายการต่าง ๆ ตามที่องค์กรต้องการให้ครบถ้วน &lt;br /&gt;    สถานที่ ควรจะเป็นสถานที่ที่ผู้สมัครไปได้สะดวก และควรแจ้งให้ผู้สมัครทราบอย่างชัดเจน การรับสมัครส่วนใหญ่ก็เป็นสถานที่ที่องค์กรตั้ง อยู่ แต่บางแห่งก็ให้ส่งใบสมัครไปยังตู้ไปรษณีย์ โดยมิได้แจ้งชื่อขององค์กรหรือชื่อของบริษัทเลย ซึ่งวิธีการถึงแม้จะสะดวก แต่ก็มีข้อเสียอยู่ว่า บุคคลในองค์กรที่รับสมัครอาจจะไปสมัครกันเอง หรือเมื่อมีผู้สมัครมาแล้วพบว่า เป็น องค์กรที่ไม่มีชื่อเสียงหรือไม่ต้องการทำงานนั้นจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นจึงควรแจ้งชื่อขององค์กรหรือบริษัทเพื่อให้ผู้สมัครได้รับทราบ ก็เป็นการช่วยให้ผู้สมัครและองค์กรไม่เสียเวลา &lt;br /&gt;    เวลา การ รับสมัครควรจะกำหนดเวลาให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้สมัครทราบว่าตนจะได้สมัครได้ภายในกำหนดระยะเวลาใดบ้าง &lt;br /&gt;    หลักฐานต่าง ๆ ปกติการรับสมัคร ผู้สมัครต้องยื่นหลักฐานต่าง ๆ ให้ครบตามที่องค์กรต้องการ ดังนั้น องค์กรควรกำหนดให้ชัดว่าต้องการหลักฐานอะไรบ้าง เช่น รูปถ่าย สำเนาทะเบียนบ้าน ใบรับรองแพทย์ วุฒิบัตร ฯลฯ ควรกำหนดให้แน่นอนว่าต้องการอย่างละกี่ฉบับ เพื่อให้ผู้สมัครได้ตระเตรียมให้ถูกต้อง การรับสมัครก็ จะดำเนินไปอย่างราบรื่น &lt;br /&gt;    เจ้าหน้าที่รับสมัคร ในการรับสมัครแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะทางไปรษณีย์หรือให้มาสมัครที่องค์กร ควรมีการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ และต้องประจำอยู่ตลอด เวลา เพราะการสมัครในบางครั้งอาจจะเกิดการสับสนเรื่องตำแหน่ง และวุฒิทางการศึกษา ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับสมัครจะต้องแก้ปัญหา ถ้ามีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันอาจทำให้เกิดปัญหาได้ว่าบางคนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และถ้า บุคคลที่สามารถแก้ปัญหาได้ไม่อยู่ ก็อาจทำให้การรับสมัครเกิดความไม่คล่องตัว สร้างความเบื่อหน่ายให้กับผู้สมัคร ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ยอมสมัครเลยก็ได้&lt;br /&gt;   ***********************************************&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-2576483325453854697?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/2576483325453854697/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=2576483325453854697' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/2576483325453854697'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/2576483325453854697'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_19.html' title='ขั้นตอนของการสรรหาบุคลากร ที่ดีสำหรับนักบริหาร'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-5010226003619443493</id><published>2007-05-17T07:08:00.000-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:32.599-08:00</updated><title type='text'>จตุคามรามเทพที่ใครก็อยากจะมีไว้ยุคนี้</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka6YtKThYI/AAAAAAAAACM/ZkZ2HwrKeVQ/s1600-h/Small_Coatinggold_f.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063939764627146114" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka6YtKThYI/AAAAAAAAACM/ZkZ2HwrKeVQ/s320/Small_Coatinggold_f.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka6ANKThXI/AAAAAAAAACE/ClD3YCP8fmk/s1600-h/3.jpeg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063939343720351090" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka6ANKThXI/AAAAAAAAACE/ClD3YCP8fmk/s320/3.jpeg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka5l9KThWI/AAAAAAAAAB8/kdx_rJPNorA/s1600-h/Pra2.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063938892748784994" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka5l9KThWI/AAAAAAAAAB8/kdx_rJPNorA/s320/Pra2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka5e9KThVI/AAAAAAAAAB0/3chAbIxKvSU/s1600-h/Power_Alpaka_pink.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063938772489700690" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka5e9KThVI/AAAAAAAAAB0/3chAbIxKvSU/s320/Power_Alpaka_pink.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka5UtKThUI/AAAAAAAAABs/2FRHS4Nx7r0/s1600-h/Boocha_Bronze.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063938596396041538" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka5UtKThUI/AAAAAAAAABs/2FRHS4Nx7r0/s320/Boocha_Bronze.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-5010226003619443493?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/5010226003619443493/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=5010226003619443493' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/5010226003619443493'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/5010226003619443493'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_5713.html' title='จตุคามรามเทพที่ใครก็อยากจะมีไว้ยุคนี้'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka6YtKThYI/AAAAAAAAACM/ZkZ2HwrKeVQ/s72-c/Small_Coatinggold_f.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-6241378883919948970</id><published>2007-05-17T07:07:00.000-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:34.077-08:00</updated><title type='text'>มุมพักผ่อนกับช่วงชีวิต</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbLl9KThjI/AAAAAAAAADk/wtoCDhoyWvk/s1600-h/DSCN0875.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063958683958085170" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbLl9KThjI/AAAAAAAAADk/wtoCDhoyWvk/s320/DSCN0875.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbLR9KThiI/AAAAAAAAADc/mqf_fmxWW6k/s1600-h/DSCN0288.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbLDdKThhI/AAAAAAAAADU/Eb_LvBZDur8/s1600-h/DSCN1243.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063958091252598290" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbLDdKThhI/AAAAAAAAADU/Eb_LvBZDur8/s320/DSCN1243.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbK0dKThgI/AAAAAAAAADM/pdk4r87OVSg/s1600-h/DSCN0348.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063957833554560514" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbK0dKThgI/AAAAAAAAADM/pdk4r87OVSg/s320/DSCN0348.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbKm9KThfI/AAAAAAAAADE/eEZwKi2yySI/s1600-h/DSCN0269.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063957601626326514" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbKm9KThfI/AAAAAAAAADE/eEZwKi2yySI/s320/DSCN0269.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbKWNKTheI/AAAAAAAAAC8/WC9I1Hr7EaE/s1600-h/DSCN1254.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063957313863517666" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbKWNKTheI/AAAAAAAAAC8/WC9I1Hr7EaE/s320/DSCN1254.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbKFtKThdI/AAAAAAAAAC0/_pflk6PfjWg/s1600-h/DSCN0243.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063957030395676114" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbKFtKThdI/AAAAAAAAAC0/_pflk6PfjWg/s320/DSCN0243.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbJz9KThcI/AAAAAAAAACs/j5wzarPcaPk/s1600-h/DSCN0020.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbJc9KThbI/AAAAAAAAACk/lowkCeErfhc/s1600-h/DSCN1227.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063956330316006834" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbJc9KThbI/AAAAAAAAACk/lowkCeErfhc/s320/DSCN1227.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-6241378883919948970?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/6241378883919948970/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=6241378883919948970' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/6241378883919948970'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/6241378883919948970'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_5269.html' title='มุมพักผ่อนกับช่วงชีวิต'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkbLl9KThjI/AAAAAAAAADk/wtoCDhoyWvk/s72-c/DSCN0875.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-4216791264638817590</id><published>2007-05-13T01:01:00.000-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:35.511-08:00</updated><title type='text'>งานช่วยเหลือเพื่อสังคมและชุมชน</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka1Z9KThQI/AAAAAAAAABM/PqDnv9Q6mHI/s1600-h/Picture+170.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063934288543843586" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka1Z9KThQI/AAAAAAAAABM/PqDnv9Q6mHI/s320/Picture+170.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka02tKThPI/AAAAAAAAABE/v7Q4XghhTzk/s1600-h/Picture+167.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063933682953454834" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka02tKThPI/AAAAAAAAABE/v7Q4XghhTzk/s320/Picture+167.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka0AtKThOI/AAAAAAAAAA8/QfgXhkWxW0Y/s1600-h/DSC09178.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063932755240518882" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka0AtKThOI/AAAAAAAAAA8/QfgXhkWxW0Y/s320/DSC09178.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkazVdKThNI/AAAAAAAAAA0/Jbk9Sx5hgZQ/s1600-h/à¸à¸&amp;shy;à¸à¸&amp;shy;à¸³à¸à¸§à¸¢à¸à¸²à¸£à¸£à¸±à¸à¸©à¸²à¸à¸§à¸²à¸¡à¸¡à¸±à¹à¸à¸à¸à¸"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063932012211176658" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkazVdKThNI/AAAAAAAAAA0/Jbk9Sx5hgZQ/s320/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rkayq9KThMI/AAAAAAAAAAs/w7Xi3vzpBAg/s1600-h/DSC01456.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063931282066736322" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rkayq9KThMI/AAAAAAAAAAs/w7Xi3vzpBAg/s320/DSC01456.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#330099;"&gt;งานเพื่อสังคมและชุมชน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;1.งานช่วยเหลือน้ำท่วมภาคเหนือและใต้ กับหน่วยงาน ( หน่วยงาน อพปร.ส่วนกลาง )&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;2.กิจกรรมช่วยเหลือ น้ำท่วมใหญ่ภาคเหนือ กับหน่วยงาน ( กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน )&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:130%;color:#333333;"&gt;3.งานบำรุงพระพุทธศาสนา และสร้างเครือข่ายเมาไม่ขับ ทำบุญ งดเหล้าเข้าพรรษา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;4.กิจการรณรงค์งดเหล้าและร่างกฏหมายสุรา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:130%;color:#333333;"&gt;5.กิจกรรมการรณรงค์เมาไม่ขับถูกจับแน่ ร่วมกับ สสส. และเครืข่ายองค์กรงดเหล้า และสถานีตำรวจ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-4216791264638817590?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/4216791264638817590/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=4216791264638817590' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/4216791264638817590'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/4216791264638817590'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_6712.html' title='งานช่วยเหลือเพื่อสังคมและชุมชน'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka1Z9KThQI/AAAAAAAAABM/PqDnv9Q6mHI/s72-c/Picture+170.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-5357614251445490200</id><published>2007-05-13T00:56:00.000-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:35.646-08:00</updated><title type='text'>พระคุณแม่</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;strong&gt;คำไว้อาลัย "คุณแม่ณราภรณ์ ปัญสุทธิ์" ผู้ล่วงลับไปแล้ว ...ลูกขอทำความดีถวายแผ่นดิน...เพื่อพระคุณแม่&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka8VdKThaI/AAAAAAAAACc/-oqz6z_UR0w/s1600-h/Picture01+035.jpg"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ยามที่แม่สั่งสอนพร่ำวอนลูก....เรื่องผิดถูกลูกก็ว่าแม่จู้จี้ต่อเมื่อลูกเติบใหญ่จึงได้ดี......เพราะคำที่แม่พูดไว้ไม่ผิดคำเมื่อยังเด็กลูกไม่เห็นคุณค่าแม่....เป็นบาปแท้ที่ลูกเถียงแม่เช้าค่ำลูกกระทำความผิดนี้ประจำ.....ขอกล่าวคำขอโทษโปรดอภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยามที่ลูกประสบกับความทุกข์...หันไปที่ใดไม่มีคนเข้าใจแต่ก็ยังมีไอแห่งความอบอุ่น...จากบุคคลคนหนึ่งเสมอมาบุคคลท่านนั้นก็คือแม่.....แม่ผู้เข้าใจในตัวลูกทำให้ลูกคนนี้มีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไป....ในโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อรู้ว่าตัวเธอนั้นตั้งท้อง......เฝ้าประคองด้วยใจที่มุ่งหวังสิ่งที่ชอบเผ็ดร้อนเธอระวัง......เพื่อปกกันลูกน้อยจะกระเทือน...แม้ไม่รู้ว่าจะชายหรือหญิง.....เธอประวิงเฝ้านับครบวันเคลื่อนแม้จะเจ็บจะกลัวตัดทั้งปวง.....เธอปลื้มทรวง.....เสียงแว้..แรกเริ่มดัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มตั้งไข่...ใจพองประคองลูก....ความพันผูกแนบแน่นสุดขานไขเริ่มหัดเดินหัดพูดแม่สุขใจ...ก้าวแรกได้ให้ลูก..ด้วยผูกพัน...แม่เป็นครูคนแรกของชีวิต....ชี้ถูกผิดให้ลูกรู้ด้วยความฝันเติบโตใหญ่รวยจนไม่สำคัญ....ขอลูกฉันเป็นคนดีของสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาวันนี้แม่เริ่มแก่..ชะแรล้า แม่มองหาลูกทุกคน...อยู่ที่ไหนจากอกแม่..ลืมแม่ไม่หวงใย.....ถึงเศร้าใจ...แต่แม่ไม่โกรธเคือง...ถ้าใครยังมีแม่ขอเชิญเถิด.....กราบเท้าเทิดบาทแม่ประเสริฐเหลือกตัญญูรู้คุณบุญคุ้มตัว....แม้สิ่งชั่วต้องแพ้พ่าย...กตเว..ทิตาคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักของแม่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งไหน…......…หาสิ่งใดมาเทียบมิได้หนาตั้งแต่แม่ตั้งท้องคลอดลูกยา................อีกน้ำนมของมารดาให้ลูกกินแม่ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกน้อย........แม่เฝ้าคอยพัดวีให้ลูกสิ้นแม่ยอมอดเมื่อให้ลูกนั้นได้กิน…….........แม่ยลยินลูกน้อยดั่งกลอยใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันคุณแม่นั้นรัก.......ในบุตรช่างโปร่งใสบริสุทธิ์.....ทราบได้มหาสมุทรลึกสุด.......นั้นหยั่ง ได้นาแต่รักของแม่ไซร้.......ลึกล้ำสุดหยั่งถึง&lt;br /&gt;คุณแม่เคยพูดไว้............นานวันการคบเพื่อนสนิทกัน.....เลือกได้คบเพื่อนดีจะสุขสันต์.........พบสุข จริงแฮคบเพื่อนชั่วแม่เตือนไว้....หลีกลี้ให้ไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหนือโลกหล้าหาใครเท่าแม่เรานี้เหนือปฐพีที่ฉันพึงอาศัยมหาสมุทรสุดแสน ณ แดนไตรแม่ยิ่งใหญ่เหนือฟ้าพนาลีแม้นอัปสรสวรรค์งามสุดแสนแต่ก็แม้นน้อยกว่าแม่ฉันนี้หรือทว่าป่ากว้างให้อากาศดี แต่แม่นี้ให้ชีวีและเมตตาลูกดีได้แม่ดีใจกว่าทุกสิ่งลูกเลวยิ่งแม่ไม่สุขทุกอุราดีเหมือนแม่สักครึ่งหนึ่งพึงใจหนาลูกสัญญาเป็นคนดีมีวินัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอ้ร่มไทรใบหนาว่าสดชื่นแสนร่มรื่นเย็นใจให้ร้อนหายมีเถาวัลย์พันคู่อยู่มากมายเราเย็นกายเย็นใจไต้ร่มมัน&lt;br /&gt;ร่มแม่เย็นกว่าร่มไทรในขั้นต้นท่านบรรดลทุกอย่างและสร้างสรรค์ลูกป่วยกายแม่ป่วยใจไปตามกันแสนสุขสรรค์แม่นั้นช่วยบรรเทา&lt;br /&gt;แม่ที่หนึ่งเมตตามากำเนิดแม่สองเลิศล้ำวิชามาประสานน้ำใดใดใต้ฟ้าสุธาธารไม่เปรียบปานน้ำใจแม่แน่นอนเอย&lt;br /&gt;หทัยของแม่ ดีแท้ยิ่งนักพวกเราจึงรัก ภักดีต่อแม่ มะลิสีขาว แพรวพราวจริงแท้ขอมอบให้แด่ คุณแม่คนดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะกล่าวถึงพระคุณของแม่นี้ แม่ที่มีความรักอันยิ่งใหญ่&lt;br /&gt;อยากให้ลูกนั้นรู้ถึงความใน ดวงหทัยของแม่มีแต่เรา&lt;br /&gt;ลูกทั้งหลายจงฟังคำสั่งสอน ให้ว่านอนสอนง่ายไม่อายเขา&lt;br /&gt;ถึงเป็นลูกคนจนเหมือนอย่างเรา จงคิดเอาให้ได้เถิดประเสริฐเอง&lt;br /&gt;แม่จ๋าฟังลูกก่อนจะได้ไหม ลูกเสียใจที่ทำแม่ผิดหวัง&lt;br /&gt;ต่อไปจะตั้งใจให้จริงจัง ลืมความหลังเจ็บช้ำตรำหัวใจ&lt;br /&gt;จากนี้ไปจะฟังแต่คำแม่ ที่เที่ยงแท้แน่จริงกว่างสิ่งไหน&lt;br /&gt;จะเป็นลูกที่ดีจะมีชัย สัญญาไว้กับแม่แน่แท้เอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกยอมรับความรักอันสูงส่ง ที่มั่นคงพันผูกลูกและแม่ เป็นความรักที่จริงใจในดวงแด มีกระแสซาบซึ้งส่งถึงกัน&lt;br /&gt;... ในเพศหญิงสิ่งนี้มีมากล้น จับกมลทุกสิ่งเป็นมิ่งขวัญ ไม่ว่าฐานะใดในใจนั้น มีเท่าทันในด้านงานมารดา&lt;br /&gt;...โอ้ละเห่ขวัญอ่อนนอนเสียนะ แม่คอยจะกล่อมขวัญนะหนูจ๋า หลับเถิดหลับให้สบายนะแก้วตา สองแขนแม่โอบมาพาคุ้มภัย&lt;br /&gt;...ในอ้อมกอดสอดแนบแอบอกอุ่น รักละมุนลูกยาเฝ้าปราศรัย เฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงลูกเพียงใด สำนึกได้ในพระคุณคุ้นเคยดี&lt;br /&gt;... เมื่อลูกป่วยด้วยโรคใดใจแทบขาด แม้อนาถทรัพย์จ่ายหมายเจ้านี้ ได้รอดปลอดภัยสบายดี คุณแม่มียิ่งใหญ่ใดเทียมทัน &lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063941907815826850" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka8VdKThaI/AAAAAAAAACc/-oqz6z_UR0w/s320/Picture01+035.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-5357614251445490200?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/5357614251445490200/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=5357614251445490200' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/5357614251445490200'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/5357614251445490200'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_5100.html' title='พระคุณแม่'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka8VdKThaI/AAAAAAAAACc/-oqz6z_UR0w/s72-c/Picture01+035.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-6339650456345619417</id><published>2007-05-13T00:18:00.001-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:35.750-08:00</updated><title type='text'>ดวงใจพ่อ</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka7YNKThZI/AAAAAAAAACU/5rOrDp9lhkI/s1600-h/mail3.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063940855548839314" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka7YNKThZI/AAAAAAAAACU/5rOrDp9lhkI/s320/mail3.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff99ff;"&gt;&lt;strong&gt; ดญ.พิมนภาและพิมชนก  รวีภัคพงศ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-6339650456345619417?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/6339650456345619417/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=6339650456345619417' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/6339650456345619417'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/6339650456345619417'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_6170.html' title='ดวงใจพ่อ'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka7YNKThZI/AAAAAAAAACU/5rOrDp9lhkI/s72-c/mail3.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-6852520015124787339</id><published>2007-05-13T00:04:00.001-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:35.933-08:00</updated><title type='text'>เชิญสมัครแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลเพื่อเยาวชนจังหวัดนครนายก</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka4g9KThRI/AAAAAAAAABU/oF14BKENRZA/s1600-h/Untitled-1.gif5555.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063937707337811218" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka4g9KThRI/AAAAAAAAABU/oF14BKENRZA/s320/Untitled-1.gif5555.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.geocities.com/nit0008/"&gt;ศาลจังหวัดนครนายกแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ขอเชิญเป็นเกียรติร่วมแข่งขัน โบว์ลิ่งการกุศล เพื่อหารายได้สมทบกองทุนสงเคราะห์เด็กและเยาวชน วันอาทิตย์ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๐ เริ่มเวลา ๐๙.๓๐ น. ณ เมเจอร์โบว์ล ฮิต รังสิต ทีมละ 3000 บาท สนใจติดต่อที่037-314754 /037-315694 &lt;/a&gt;ดูรายรายได้ที่ &lt;a href="http://www.judiciary.go.th/nknjc/kaw15s.htm"&gt;http://www.judiciary.go.th/nknjc/kaw15s.htm&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-6852520015124787339?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/6852520015124787339/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=6852520015124787339' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/6852520015124787339'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/6852520015124787339'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_13.html' title='เชิญสมัครแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลเพื่อเยาวชนจังหวัดนครนายก'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rka4g9KThRI/AAAAAAAAABU/oF14BKENRZA/s72-c/Untitled-1.gif5555.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-2429384764883312404</id><published>2007-05-12T23:37:00.001-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:36.083-08:00</updated><title type='text'>อัตราค่าประกันตัวเด็กและเยาวชน</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkayC9KThLI/AAAAAAAAAAk/CO4LJYUG3BI/s1600-h/000011.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063930594871968946" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkayC9KThLI/AAAAAAAAAAk/CO4LJYUG3BI/s320/000011.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;อัตราค่าประกันตัวเด็กและเยาวชน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#ff6666;"&gt;ประเภทฐานความผิด&lt;br /&gt;อัตราค่าประกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1. &lt;span style="font-family:lucida grande;"&gt;ลักทรัพย์ รับของโจร ทำให้เสียทรัพย์&lt;/span&gt; (หากไม่ได้ทรัพย์คืน และทรัพย์ของกลางมีราคาสูง ก็กำหนดให้สูงขึ้นอีกตามเหมาะสม)&lt;br /&gt;3,000 - 5,000 บาท&lt;br /&gt;2. ชิงทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ปล้นทรัพย์ (หากไม่ได้ทรัพย์คืน และทรัพย์ของกลาง มีราคาสูง ก็กำหนดให้สูงขึ้นอีกตามเหมาะสม)&lt;br /&gt;5,000 -10,000 บาท&lt;br /&gt;3. ทำร้ายร่างกาย บาดเจ็บหรือสาหัส ประมาทเป็นเป็นสาเหตุให้ผู้อื่นตาย&lt;br /&gt;5,000 -10,000 บาท&lt;br /&gt;4. ฆ่าโดยเจตนา ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย&lt;br /&gt;20,000 -30,000 บาท&lt;br /&gt;5. ถ้าเป็นกรณีสะเทือนขวัญ หรือมีข่าวครึกโครม&lt;br /&gt;50,000 บาท&lt;br /&gt;6. ร่วมชุลมุนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป&lt;br /&gt;5,000 -10,000 บาท&lt;br /&gt;7. พรากผู้เยาว์ อนาจาร&lt;br /&gt;10,000 -10,000 บาท&lt;br /&gt;8. ข่มขืน&lt;br /&gt;30,000 บาท&lt;br /&gt;9. ซีดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 - 5 แผ่น&lt;br /&gt;10,000 บาท&lt;br /&gt;6 - 10 แผ่น&lt;br /&gt;20,000 บาท&lt;br /&gt;11 - 20 แผ่น&lt;br /&gt;30,000 บาท&lt;br /&gt;21 - 30 แผ่น&lt;br /&gt;40,000 บาท&lt;br /&gt;31 - 50 แผ่น&lt;br /&gt;50,000 บาท&lt;br /&gt;เกิน 50 แผ่นขึ้นไป&lt;br /&gt;60,000 บาท&lt;br /&gt;เกิน 200 แผ่นขึ้นไป&lt;br /&gt;100,000 บาท&lt;br /&gt;10. ยาเสพติด ยาบ้า&lt;br /&gt;ครอบครอง&lt;br /&gt;จำหน่ายหรือเพื่อจำหน่าย&lt;br /&gt;1 เม็ด (เม็ดต่อเม็ดละ 1,000 บาท)&lt;br /&gt;5,000 บาท&lt;br /&gt;10,000 บาท&lt;br /&gt;12 - 20 เม็ด&lt;br /&gt;15,000 บาท&lt;br /&gt;20,000 บาท&lt;br /&gt;21 - 30 เม็ด&lt;br /&gt;20,000 บาท&lt;br /&gt;30,000 บาท&lt;br /&gt;31 - 40 เม็ด&lt;br /&gt;25,000 บาท&lt;br /&gt;40,000 บาท&lt;br /&gt;41 - 20 เม็ด&lt;br /&gt;30,000 บาท&lt;br /&gt;50,000 บาท&lt;br /&gt;เกิน 50 เม็ด&lt;br /&gt;40,000 บาท&lt;br /&gt;60,000 บาท&lt;br /&gt;เกิน 100 เม็ด&lt;br /&gt;50,000 บาท&lt;br /&gt;80,000 - 100,000 บาท &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-2429384764883312404?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/2429384764883312404/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=2429384764883312404' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/2429384764883312404'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/2429384764883312404'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_6275.html' title='อัตราค่าประกันตัวเด็กและเยาวชน'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkayC9KThLI/AAAAAAAAAAk/CO4LJYUG3BI/s72-c/000011.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-7654044561497959495</id><published>2007-05-12T23:23:00.001-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:36.250-08:00</updated><title type='text'>การจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมในชีวิต</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rkau39KThKI/AAAAAAAAAAc/BOYDhtKRhu4/s1600-h/à¹à¸¡à¸©à¸²à¸¢à¸50à¸à¸£à¸±à¹à¸à¸à¸µà¹2+087.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063927107358524578" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rkau39KThKI/AAAAAAAAAAc/BOYDhtKRhu4/s320/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9950%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%882+087.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#cc66cc;"&gt;การจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมในชีวิตถือเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จ (Critical Success Factors)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; อย่างหนึ่งของคนเรา เพราะถ้าเราจัดจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมในชีวิตได้ดีแล้ว ประสิทธิภาพในการบริหารชีวิตก็จะเพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงในชีวิตก็จะลดลงหรือสามารถรองรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพื่อให้เห็นตัวอย่างในเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนผมจึงขอยกตัวอย่างมาให้ผู้อ่านได้อ่านกันสองเรื่องคือ เรื่องการทำประกันชีวิตและการออกกำลังกาย&lt;br /&gt;หลายปีที่ผ่านมามีคนหลายคนมาขายประกันให้กับผม แต่ผมไม่เคยซื้อและจะรู้สึกรำคาญคนเหล่านั้นเสียด้วยซ้ำไป เพราะทั้งๆที่เขาก็รู้ว่าผมไม่ซื้อ แต่ก็ยังมาตื้ออยู่ได้ทุกเดือน ไม่มาหาก็โทรมาอยู่เรื่อย จนสุดท้ายก็ค่อยๆหายไปทีละคน ผมเคยเจอเหมือนกันคนขายบางคนเป็นเพื่อนสมัยเรียนหนังสือมาขอให้ผมช่วยซื้อประกัน บังเอิญใจอ่อนไปหน่อยก็เลยซื้อ แต่พอปีถัดไปผมไม่ได้ส่งเบี้ยประกันต่อ เพราะไม่มีค่อยมีเงิน จริงๆแล้วคำว่าไม่มีเงินของผมคือ ผมต้องนำเงินไปใช้ในเรื่องอื่นก่อน เมื่อมาถึงการจ่ายค่าประกันก็เลยไม่มีเงินพอ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#ffcc00;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สำหรับแนวทางที่จะทำให้เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมในชีวิตได้ดียิ่งขึ้นนั้นมีดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;&lt;strong&gt;1.ซ้อมล้มเหลวสำหรับอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;จัดสรรเวลาให้กับตัวเองสัก 1 ชั่วโมงในการคิดไปถึงความล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต เช่น ถ้าเราเจ็บป่วย ถ้าเราตกงาน ถ้าเรา.....ฯลฯ แล้วเราจะทำอย่างไร เมื่อคิดไปถึงตอนนั้นแล้วให้ลองย้อนกลับมาดูว่าถ้าเราไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น เราควรจะทำอะไรบ้างในตอนนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;2.ศึกษาจากชีวิตคนอื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เพื่อให้เราได้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจนและสร้างจิตสำนึกของเราได้ดี ควรจะไปศึกษาจากความล้มเหลวหรือความสำเร็จในการวางแผนชีวิตของคนอื่น เช่น ไปดูคนที่เจ็บป่วยที่โรงพยาบาล บางคนเป็นมะเร็งไม่มีเงินรักษา แต่บางคนมีประกันชีวิตสำหรับโรคมะเร็งรวมทั้งได้รับการชดเชยรายได้ ไปศึกษาดูว่าคนที่มีร่างกายแข็งแรง เขาทำอะไรกันบ้างในช่วงที่เขาอยู่ในวัยเดียวกับเรา เพื่อนำสิ่งที่ดีมาเป็นแนวทางและนำสิ่งที่ไม่ดีมาเป็นบทเรียนและข้อคิดสอนใจตัวเอง สรุป การจัดลำดับความสำคัญของชีวิตถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะบอกว่าเราจะประสบความสำเร็จในการบริหารชีวิตระยะยาวหรือไม่ มากน้อยเพียงใด อยากจะบอกว่าชีวิตคนเราไม่ใช่การซ้อมละครที่จะแสดงผิดแล้วสามารถแสดงใหม่ได้ ผิดแล้วผิดเลย หมดสิทธิแก้ตัว เมื่อเป็นเช่นนี้กรุณาทบทวนการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของท่านเป็นระยะๆนะครับว่าแต่ละช่วงเวลาของชีวิตอะไรสำคัญที่สุด อะไรสำคัญน้อยที่สุด แล้วถึงจะจัดสรรเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับลำดับความสำคัญของกิจกรรมเหล่านั้นต่อไป&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-7654044561497959495?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/7654044561497959495/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=7654044561497959495' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/7654044561497959495'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/7654044561497959495'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post_12.html' title='การจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมในชีวิต'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/Rkau39KThKI/AAAAAAAAAAc/BOYDhtKRhu4/s72-c/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9950%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%882+087.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-7187527764596961486</id><published>2007-05-12T23:12:00.001-07:00</published><updated>2008-12-13T05:29:36.516-08:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkasP9KThII/AAAAAAAAAAM/dOn__wgg0uI/s1600-h/à¹à¸¡à¸©à¸²à¸¢à¸50à¸à¸£à¸±à¹à¸à¸à¸µà¹2+147.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5063924221140501634" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkasP9KThII/AAAAAAAAAAM/dOn__wgg0uI/s320/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9950%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%882+147.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาการหยุดงาน"&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาที่สำคัญขององค์การแล้วล่ะก็ ท่านอาจต้องคิดใหม่ หากได้ลองคิด "ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการหยุดงาน" เหล่านี้ เช่น&lt;br /&gt;ต้องจ้างคนมากกว่าที่ควรจะจ้างอีก 10%&lt;br /&gt;ค่าใช้จ่ายอื่นๆ&lt;br /&gt;สูญเสียเวลาที่จัดหรือมอบหมายงานเพื่อทำแทนคนที่หยุดงานไป&lt;br /&gt;ค่าล่วงเวลาเพื่อจัดคนแทน หรือทำงานแทนคนที่หยุดไป&lt;br /&gt;ของเสียในกระบวนการผลิตเนื่องจากคนมาแทนไม่เก่งงาน&lt;br /&gt;ส่งของไม่ทันเวลา - ลูกค้าโวย&lt;br /&gt;ยอดขายตกเพราะไม่มีคนรับงานขาย หรือแก้ปัญหาของลูกค้า&lt;br /&gt;เสียเป็นแสนๆ และทำให้เสียเปรียบคู่แข่งขัน แต่ละองค์การคงสูญเสียไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าองค์การใดมีปัญหาการหยุดขาดงานมากน้อยต่างกันแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ รับรองว่าเป็นเงิน "มหาศาล" ไม่เชื่อลองคำนวณออกมาดูซิครับ รับรอง "นาย" เห็นเมื่อไร HR มีงานทำอีกเยอะและหากถามให้เจาะจงลงไปอีกว่า "ทำไมจึงหยุดงาน" ก็น่าจะได้แก่ประเด็นต่างๆเหล่านี้&lt;br /&gt;การมาทำงานเป็นปัญหา&lt;br /&gt;ความกดดันจากนอกงาน&lt;br /&gt;งานไม่จูงใจ&lt;br /&gt;ความสนุกสนานนอกงาน&lt;br /&gt;ถูกชักจูงในทางที่ผิด&lt;br /&gt;หยุดเพื่อแกล้งหรือแก้เผ็ด&lt;br /&gt;ไม่ชอบงานบางอย่าง&lt;br /&gt;ความสัมพันธ์ในงานไม่ดี&lt;br /&gt;ป่วยจริง&lt;br /&gt;ภาระกิจนอกงานที่มีความสำคัญเหนือกว่า&lt;br /&gt;นิสัยไม่ดีชอบหยุดงาน&lt;br /&gt;หน่วยงานละเลยการมาทำงาน&lt;br /&gt;อีกทั้งยังมีผลการวิจัยที่สำคัญ ที่เกี่ยวกับการหยุดงานมาให้ดูกันอีก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบว่า การหยุดงานเกิดจากอะไร ควรแก้อย่างไร ลองดู "สรุปงานวิจัยเกี่ยวกับการหยุดงาน" เหล่านี้ดูครับ&lt;br /&gt;การควบคุมอัตราการหยุดงานจะได้ผลกว่า ถ้าใช้มาตรการแบบ "ไม้แข็ง" และ "ไม้นวม" ควบกันไป ทั้งขู่และปลอบ&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม การลดอัตราการหยุดงานจำต้องอาศัยปัจจัยสำคัญคือ&lt;br /&gt;ค้นหาสาเหตุและการวิเคราะห์ และ&lt;br /&gt;ความเพียรพยายามในการสื่อข้อความ การจูงใจ และการควบคุม&lt;br /&gt;สภาพการทำงาน เช่น ความร้อน แสงเสียง การระบายอากาศ มิใช่ประเด็นสำคัญอย่างที่คิด แต่ก็อาจจะเป็นตัวกระตุ้นและพนักงานก็มักจะไม่แสดงออกถึงความไม่พอใจด้วยการหยุดงานมากๆ สภาพร่ายกายเสียอีกที่เป็นปัญหา&lt;br /&gt;ลักษณะงาน เช่น งานไม่ท้าทาย ทำแล้วเบื่อ รวมถึงสภาพวะแวดล้อมของสังคมในที่ทำงานเป็นมูลเหตุที่สำคัญเหมือนกัน&lt;br /&gt;อัตราการหยุดงานในกลุ่มคนที่น้อยกว่า เช่น ระหว่าง 3 - 5 คน ในแต่ละหน่วยงานทั้งนี้ เพราะความรักและความผูกพัน และความเกรงใจระหว่างคนในกลุ่ม&lt;br /&gt;คุณภาพของการบังคับบัญชา ถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญมากในการควบคุมและลดอัตราการหยุดงาน&lt;br /&gt;งานวิจัยพบว่า ความมีประสิทธิผลในการควบคุมและลดอัตราการหยุดงานขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมในเรื่องการควบคุมอัตรการหยุดงาน และการสื่อข้อความและความเพียรพยายามของฝ่ายบริหารระดับสูง&lt;br /&gt;สถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักจะมีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการหยุดงานของพนักงาน และมีการแถลงนโยบายและวิธีการในเรื่องการหยุดงานอย่างแน่ชัด ทั้งนี้ รวมถึงการตัดค่าจ้างเมื่อหยุดงานที่ไม่ถูกระเบียบ และการลงโทษทางวินัยด้วย&lt;br /&gt;นอกเหนือจากข้างต้น การพูดคุยระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องในเรื่องการมาทำงานก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ และการปรุงแต่งงานให้เป็นที่ท้าทายหรือทำแล้วสนุกก็เป็นประเด็นที่สำคัญอีกเช่นกัน&lt;br /&gt;งานวิจัยยังไม่พบว่า การลดอัตราการหยุดงานจะได้ผลกว่าถ้าได้มีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงมิใช่ดูแต่อาการอย่างคร่าวๆ เท่านั้น และจะต้องแก้ไขเป็นกรณีๆ ไปจะหาวิธีที่ใช้ได้ผลทุกกรณีย่อมเป็นการยากและมักไม่ค่อยได้ผล พูดกันอย่างง่ายๆ ต้องดูกันเป็นรายๆ ไป&lt;br /&gt;อัตราการหยุดงานจะต่ำกว่าถ้าหัวหน้างานใช้รูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยแทนที่จะเป็นเผด็จการ&lt;br /&gt;อัตราการหยุดงานจะต่ำกว่า ถ้าหัวหน้างานได้รับการฝึกอบรมทางด้านการบังคับบัญชา&lt;br /&gt;อัตราการหยุดงานจะสูงในกลุ่มคนระหว่าง 20 - 30 คน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-7187527764596961486?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/7187527764596961486/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=7187527764596961486' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/7187527764596961486'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/7187527764596961486'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/10-hr-3-5-20-30.html' title=''/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_5d0KETyh-NM/RkasP9KThII/AAAAAAAAAAM/dOn__wgg0uI/s72-c/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9950%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%882+147.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-2019767736128836267</id><published>2007-05-12T23:04:00.001-07:00</published><updated>2007-05-12T23:04:02.183-07:00</updated><title type='text'>การเชื่อมโยงตัวชี้วัดผลงานโดยใช้ KPIs Map</title><content type='html'>ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญประการหนึ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างการนำเอาระบบ Balanced Scorecard และ KPIs คือ&lt;br /&gt;จำนวนตัวชี้วัดมากเกินไป บางองค์กรมีตัวชี้วัดหลายร้อยตัว แต่ละตำแหน่งมีตัวชี้วัดหลายสิบตัว&lt;br /&gt;ไม่แน่ใจว่าตัวชี้วัดตัวใดสำคัญกว่าตัวอื่นๆ&lt;br /&gt;แต่ละหน่วยงานไม่ยอมรับตัวชี้วัดผลงานของหน่วยงานอื่น&lt;br /&gt;ไม่ทราบว่าตัวชี้วัดแต่ละตัวมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายองค์กรและตัวชี้วัดผลงานตัวอื่นอย่างไร&lt;br /&gt;แต่ละหน่วยงานกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายของตัวชี้วัดได้อย่างอิสระ&lt;br /&gt;ตัวชี้วัดบางตัวไม่มีใครรับผิดชอบ&lt;br /&gt;ปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงนำเอาระบบไปใช้ใหม่ๆ ถ้าองค์กรไหนแก้ปัญหาไม่ได้อาจจะทำให้ระบบนี้ล้มเหลวได้ง่าย บางองค์กรใช้เวลาในการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกอยู่หลายปี บางองค์กรสามารถปรับตัวได้เร็ว เพราะทุกคนหันหน้าเข้าหากัน เปิดใจยอมรับว่าการนำเอาระบบใหม่ๆเข้ามาใช้ช่วงแรกๆก็ต้องทำใจ&lt;br /&gt;ดังนั้น เพื่อช่วยลดเวลาในการลองผิดลองถูกและลดโอกาสแห่งความล้มเหลวของระบบ ผมจึงขอแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า KPIs Map&lt;br /&gt;KPIs Map หมายถึง แผนที่หรือแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวชี้วัดผลงานแต่ละตัว สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในระดับองค์กร(ข้ามหน่วยงาน) และภายในหน่วยงานเดียวกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-2019767736128836267?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/2019767736128836267/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=2019767736128836267' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/2019767736128836267'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/2019767736128836267'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/kpis-map.html' title='การเชื่อมโยงตัวชี้วัดผลงานโดยใช้ KPIs Map'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-1160588904628761318</id><published>2007-05-12T23:01:00.001-07:00</published><updated>2007-05-12T23:01:35.567-07:00</updated><title type='text'>เทคนิคการสร้างความสุข…..และสนุกกับงาน</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เทคนิคการสร้างความสุข…..และสนุกกับงาน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; "อย่า" เลือกทำงานที่รัก&lt;br /&gt;หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ไม่สามารถเลือกทำงานที่ตนเองรักได้ ขอให้คุณเลือกที่จะรักงานที่คุณทำ และเพื่อให้คุณมีความสุขและรู้สึกสนุกกับงานที่คุณกำลังทำอยู่ ขอให้คุณพิจารณาในสิ่งต่อไปนี้&lt;br /&gt;งานที่คุณกำลังทำคืออะไร&lt;br /&gt;ประโยชน์อะไรที่คุณได้จากการทำงานนั้น ๆ&lt;br /&gt;คุณมีวิธีในการพัฒนาปรับปรุงงานของคุณอย่างไร&lt;br /&gt;คุณต้องปรับปรุงศักยภาพหรือความสามารถในด้านใดบ้าง&lt;br /&gt;คุณจะหาวิธีการในการเรียนรู้งานใหม่ ๆ ได้อย่างไร&lt;br /&gt;งานที่ทำอยู่มีอะไรบ้างที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับเป้าหมายของคุณในอนาคต&lt;br /&gt;ขอให้คุณใช้เวลาในการคิดและหาคำตอบจากคำถามเหล่านี้ แล้วคุณจะพบ "คุณค่า (Value)" ที่เกิดขึ้นในตัวคุณ ซึ่งคุณค่าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตัวคุณนี้เองจะทำให้คุณทำงานอย่างมีความสุข มีความตื่นตัวและกระตือรือร้นในการทำงานอยู่เสมอ มีความพร้อมที่จะพัฒนาตนเองและการทำงานให้ดีขึ้น และพร้อมที่จะเรียนรู้งานใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-1160588904628761318?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/1160588904628761318/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=1160588904628761318' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/1160588904628761318'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/1160588904628761318'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/blog-post.html' title='เทคนิคการสร้างความสุข…..และสนุกกับงาน'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-933767839478568019</id><published>2007-05-12T22:06:00.001-07:00</published><updated>2007-05-12T22:06:06.372-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='งานบริหารบุคคลที่ไม่มีวันตาย'/><title type='text'>พฤติกรรมความขัดแย้ง (Conflict) ในองค์กรปัจจุบัน</title><content type='html'>ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรก็ตามความขัดแย้งย่อมจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกเมื่อ และคงจะไม่มีใครหนีปัญหาความขัดแย้งได้ ซึ่งความขัดแย้งเป็นรูปแบบของพฤติกรรมในลักษณะหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความคิดเห็น คำพูด และการกระทำที่ไม่ตรงกันหรือสอดคล้องกันระหว่างคนสองคนหรือมากกว่า ทั้งนี้เบื้องหลังของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากผลประโยชน์ที่ไม่ตรงกัน หรือความต้องการแสดงอำนาจ เมื่ออำนาจถูกริดรอนสิทธิ์ ก็จะเป็นเหตุจุดประกายให้คนเกิดความขัดแย้งขึ้น และเป็นที่แน่นอนว่า....ที่ใดมีความขัดแย้งเกิดขึ้น...ที่นั่นย่อมมีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นในลักษณะที่แตกต่างกันไป ขอให้พิจารณาว่าคุณเคยประสบปัญหาดังต่อไปนี้หรือไม่&lt;br /&gt;การไม่ให้ข้อมูลหรือความร่วมมือใดๆ หรือบางครั้งอาจเกิดการกั๊กข้อมูล กว่าจะได้เอกสารหรือข้อมูลต่าง ๆ ต้องใช้ระยะเวลานานมาก หรือไม่ได้เลย...คุณเคยไหมว่า คุณขอข้อมูลจากคนคนหนึ่งที่เค้าไม่ค่อยถูกชะตากับคุณ และกว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการจากคนคนนั้นปาเข้าไปสองหรือสามสัปดาห์&lt;br /&gt;การกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย การพูดจาเสียดสี ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด หรือเกิดความคิดเชิงลบ (Negative Thinking) กับคน ๆนั้น โดยไม่ว่าเค้าจะทำ พูด หรือคิดอะไร คุณคิดกับเค้าในทางลบ และนำไปพูดต่อในทางลบเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;การแสวงหาพรรคพวก พยายามสร้างเครือข่ายเพื่อให้ตนเองมีอำนาจและสามารถต่อรองกับคนที่ไม่ชอบหรือไม่พอใจได้ โดยจะเห็นได้จากการแบ่งเป็นก๊ก เป็นพวก และหากคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเริ่มมีทัศนคติที่ไม่เป็นตามเสียงส่วนใหญ่แล้วหล่ะก็...แน่นอนคน ๆ นั้นก็อาจถูกกลั่นแกล้ง เพราะเหตุว่าไม่ยอมคิดหรือทำอะไรคล้ายกัน&lt;br /&gt;การสูญเสียคนดีมีฝีมือ ซึ่งปัญหาข้อนี้จะเป็นปัญหาที่สำคัญและองค์กรไม่ควรละเลย แต่กลับควรตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องของการสูยเสียคนดีที่มีความรู้ ความสามารถ แต่กลับถูกกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย โดยไม่สามารถทนต่อแรงอิทธิพลของการแบ่งก๊ก แบ่งเหล่าได้&lt;br /&gt;มาถึงตรงนี้ ดิฉันอยากชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งไม่ดี และควรหลีกเลี่ยงอย่างมาก พยายามอย่าให้เจ้าตัวความขัดแย้งเกิดขึ้นในองค์กรของคุณ.....การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) เป็นการแสดงพฤติกรรมในรูปแบบหนึ่งของคนที่ต้องการให้เกิดการทำงานเป็นทีม ความพยายามในการประนีประนอม ชักจูงและจูงใจให้อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งอาจเป็นเพียงแค่คน ๆ เดียว สองคน สามคน หรืออาจเป็นกลุ่มคนก็ย่อมได้มีความเข้าใจ ทัศนคติที่ดี เห็นชอบในผลประโยชน์ร่วมกัน.... ทุกฝ่าย ทุกกลุ่มได้รับความยุติกรรมร่วมกัน ความพยายามให้เกิดสถานการณ์ในรูปแบบของ "การประสานประโยชน์ร่วมกัน" หรือ Win - Win Situation&lt;br /&gt;มีหลายต่อหลายองค์กรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารความขัดแย้งในองค์กร ถึงขนาดใช้เป็นปัจจัยประเมินผลการทำงานปัจจัยหนึ่งในการวัดความสามารถ (Competency) ด้านการบริหารหรือจัดการงาน (Managerial Competency) ของพนักงานทั้งในระดับบริหาร (Executive Level) และระดับปฏิบัติการ (Non-Executive Level) ซึ่งดิฉันขอสรุปการบริหารความขัดแย้งที่เป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมินความสามารถด้านการบริหารหรือการจัดการงาน โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;ระดับ&lt;br /&gt;ลักษณะพฤติกรรม&lt;br /&gt;1(ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดอย่างมาก)&lt;br /&gt;ไม่สนใจที่จะเข้าไปพูดคุยหรือไกล่เกลี่ยเมื่อเกิดความไม่เข้าใจหรือความขัดแย้งเกิดขึ้นของคนในกลุ่มหรือทีมงาน&lt;br /&gt;ยืนยันความคิดเห็นของตนเองโดยไม่รับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง&lt;br /&gt;ไม่สามารถตัดสินปัญหาหรือความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;ไม่พยายามอธิบาย หรือชี้แจงเหตุผลใด ๆ เมื่ออีกฝ่ายมีทัศนคติที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับตนเอง&lt;br /&gt;2(ต่ำกว่ามาตรฐาน ที่กำหนด)&lt;br /&gt;หาโอกาสที่จะเข้าไปชี้แจงและแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับตนเอง แต่ไม่พยายามที่จะเข้าไปชี้แจงอีกครั้งหรือหลายๆ ครั้ง หากอีกฝ่ายยังยืนยันความคิดของตน&lt;br /&gt;รับฟังสาเหตุของปัญหาหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของคนในกลุ่มหรือทีมงาน&lt;br /&gt;ตัดสินปัญหาที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลมากกว่าอารมณ์และความรู้สึก&lt;br /&gt;3(ตามมาตรฐาน ที่กำหนด)&lt;br /&gt;พยายามหาโอกาสมากกว่าหนึ่งครั้งในการชี้แจงและไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับตนเอง&lt;br /&gt;รับฟัง และให้คำปรึกษาแนะนำในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของคนในกลุ่มหรือทีมงาน&lt;br /&gt;พยายามสอบถามและค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;ตัดสินปัญหาที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของเหตุผลและข้อมูลต่าง ๆ มากกว่าอารมณ์และความรู้สึก&lt;br /&gt;4(สูง/เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด)&lt;br /&gt;ชี้แจง อธิบายและยกตัวอย่างเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของคนในกลุ่มหรือทีมงาน&lt;br /&gt;นำเสนอแนวทางเลือกหลาย ๆ ทางในการจัดการกับปัญหาหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของคนในกลุ่มหรือทีมงาน&lt;br /&gt;พยายามหาคำพูดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา หรือทำให้สถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดดีขึ้น&lt;br /&gt;5(สูง/เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดอย่างมาก)&lt;br /&gt;ชี้แจง อธิบายและยกตัวอย่างเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของคนที่อยู่นอกกลุ่มหรือทีมงาน&lt;br /&gt;นำเสนอและพิจารณาทางเลือกที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหาหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;เป็นตัวอย่างที่ดีของหน่วยงานและ/หรือองค์กรในการบริหารความขัดแย้ง&lt;br /&gt;จากพฤติกรรมต่าง ๆ ที่แบ่งเป็น 5 ระดับที่กล่าวถึง จะเห็นได้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ว่ากับตนเองหรือกับบุคคลอื่นนั้นจะอยู่ที่ตัวคุณเอง การบริหารและควบคุมอารมณ์ของตนเอง หรือที่เรียกกันว่า EQ : Emotional Quotient ซึ่งเป็นการปล่อยว่าง ไม่นำปัญหาต่าง ๆ มาคิด การให้อภัย และไม่พยายามนินทาว่าร้ายผู้อื่น พยายามเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างจริงจัง และโดยเฉพาะการมองโลกในแง่ดี มองทางบวก (Positive Thinking) ไว้เสมอ เพียงเท่านี้คุณก็จะเป็นผู้หนึ่งที่สามารถบริหารและจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ และสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้คุณทำงานอย่างมีความสุข&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-933767839478568019?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/933767839478568019/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=933767839478568019' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/933767839478568019'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/933767839478568019'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/conflict.html' title='พฤติกรรมความขัดแย้ง (Conflict) ในองค์กรปัจจุบัน'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7284834630971807477.post-7953912106271212984</id><published>2007-05-12T21:48:00.000-07:00</published><updated>2007-05-12T21:48:15.128-07:00</updated><title type='text'>HRพฤติกรรมความขัดแย้ง (Conflict) ที่เกิดขึ้นในองค์กร</title><content type='html'>ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรก็ตามความขัดแย้งย่อมจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกเมื่อ และคงจะไม่มีใครหนีปัญหาความขัดแย้งได้ ซึ่งความขัดแย้งเป็นรูปแบบของพฤติกรรมในลักษณะหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความคิดเห็น คำพูด และการกระทำที่ไม่ตรงกันหรือสอดคล้องกันระหว่างคนสองคนหรือมากกว่า ทั้งนี้เบื้องหลังของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากผลประโยชน์ที่ไม่ตรงกัน หรือความต้องการแสดงอำนาจ เมื่ออำนาจถูกริดรอนสิทธิ์ ก็จะเป็นเหตุจุดประกายให้คนเกิดความขัดแย้งขึ้น และเป็นที่แน่นอนว่า....ที่ใดมีความขัดแย้งเกิดขึ้น...ที่นั่นย่อมมีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นในลักษณะที่แตกต่างกันไป ขอให้พิจารณาว่าคุณเคยประสบปัญหาดังต่อไปนี้หรือไม่&lt;br /&gt;การไม่ให้ข้อมูลหรือความร่วมมือใดๆ หรือบางครั้งอาจเกิดการกั๊กข้อมูล กว่าจะได้เอกสารหรือข้อมูลต่าง ๆ ต้องใช้ระยะเวลานานมาก หรือไม่ได้เลย...คุณเคยไหมว่า คุณขอข้อมูลจากคนคนหนึ่งที่เค้าไม่ค่อยถูกชะตากับคุณ และกว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการจากคนคนนั้นปาเข้าไปสองหรือสามสัปดาห์&lt;br /&gt;การกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย การพูดจาเสียดสี ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด หรือเกิดความคิดเชิงลบ (Negative Thinking) กับคน ๆนั้น โดยไม่ว่าเค้าจะทำ พูด หรือคิดอะไร คุณคิดกับเค้าในทางลบ และนำไปพูดต่อในทางลบเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;การแสวงหาพรรคพวก พยายามสร้างเครือข่ายเพื่อให้ตนเองมีอำนาจและสามารถต่อรองกับคนที่ไม่ชอบหรือไม่พอใจได้ โดยจะเห็นได้จากการแบ่งเป็นก๊ก เป็นพวก และหากคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเริ่มมีทัศนคติที่ไม่เป็นตามเสียงส่วนใหญ่แล้วหล่ะก็...แน่นอนคน ๆ นั้นก็อาจถูกกลั่นแกล้ง เพราะเหตุว่าไม่ยอมคิดหรือทำอะไรคล้ายกัน&lt;br /&gt;การสูญเสียคนดีมีฝีมือ ซึ่งปัญหาข้อนี้จะเป็นปัญหาที่สำคัญและองค์กรไม่ควรละเลย แต่กลับควรตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องของการสูยเสียคนดีที่มีความรู้ ความสามารถ แต่กลับถูกกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย โดยไม่สามารถทนต่อแรงอิทธิพลของการแบ่งก๊ก แบ่งเหล่าได้มาถึงตรงนี้ ดิฉันอยากชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งไม่ดี และควรหลีกเลี่ยงอย่างมาก พยายามอย่าให้เจ้าตัวความขัดแย้งเกิดขึ้นในองค์กรของคุณ.....การบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) เป็นการแสดงพฤติกรรมในรูปแบบหนึ่งของคนที่ต้องการ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7284834630971807477-7953912106271212984?l=chpu.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://chpu.blogspot.com/feeds/7953912106271212984/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7284834630971807477&amp;postID=7953912106271212984' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/7953912106271212984'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7284834630971807477/posts/default/7953912106271212984'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://chpu.blogspot.com/2007/05/hr-conflict.html' title='HRพฤติกรรมความขัดแย้ง (Conflict) ที่เกิดขึ้นในองค์กร'/><author><name>chpu0008</name><uri>http://www.blogger.com/profile/13329211801676228611</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
